เผยเจิงก็ตามมาติด ๆ
ทั้งสามเงยหน้าขึ้น มองเสวี่ยถูและอินเซียวที่ลอยอยู่กลางอากาศ
พวกเขาฮึกเหิมพร้อมสู้
แต่แล้ว
เมื่อสายตาของทั้งสามกวาดผ่านหลี่ชิงซานซึ่งยืนอยู่กลางลาน
หัวใจของทั้งสามพลันสะดุดวูบ
“ผู้อาวุโส?!”
ลู่หยวนร้องออกมาอย่างตกตะลึง
หลี่ชิงซานหลับตาแน่นิ่ง ราวกับรูปสลักหิน
ที่น่ากลัวที่สุดคือ
บนร่างของหลี่ชิงซานมีกลิ่นอายมลทินบริสุทธิ์ชนิดที่ชวนให้คลื่นไส้ แผ่ออกมาไม่ขาดสาย!
พวกเขาคุ้นเคยกับกลิ่นอายนั้นเป็นอย่างดี
มันคือสัญญาณว่ากำลังถูก “สวรรค์” แห่งลัทธิบูชาสวรรค์กลืนกินและควบคุม!
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?!”
ใบหน้ากู้ฉางหยวนซีดเผือด
“ผู้อาวุโส...ถูกมลทินเล่นงานแล้วหรือ?!”
มือที่เผยเจิงกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ก่อนหน้านี้เขาถูกพลังวิญญาณของหลี่ชิงซานกระแทก จนรู้สึกประหนึ่งวิญญาณแทบหลุดจากร่าง
ทั่วทั้งร่างเบาหวิว
พลังต่อสู้เหลือไม่ถึงครึ่งของยามปกติ
แต่เขายังคงกัดฟัน บังคับตนเองให้สงบนิ่ง
“อย่าเพิ่งแตกตื่น!”
เสียงเผยเจิงแหบพร่า
“ผู้อาวุโสมีพลังสูงส่งเหนือฟ้า ไม่มีทางถูกควบคุมได้ง่ายดายเช่นนี้!”
“เขาต้องกำลังใช้วิชาลับบางอย่างต่อต้านพลังมลทินอยู่แน่!”
ลู่หยวนพลันเข้าใจขึ้นมา
ใช่แล้ว
ผู้อาวุโสเป็นบุคคลเช่นไร?
แม้แต่ธนูกระดูกมังกรดาวร่วงยังหักสะบั้นได้ จะถูกล้างสมองทั้งที่ยังไม่ทันเห็นหน้าศัตรูได้อย่างไร?
นี่คือการปะทะกันในมิติที่สูงกว่า!
ตอนนี้มีเพียงพวกเขาสามคน!
จะทำอย่างไร?
มีแต่ต้องสู้จนตัวตาย!
ต้องถ่วงเวลาให้ผู้อาวุโสให้ได้มากที่สุด!
ขอเพียงผู้อาวุโสฟื้นขึ้นมา
หรือรอให้ท่านเซียวอู๋จี๋มาถึง
เมืองผิงหยางแห่งนี้ก็ยังมีทางรอด!
“ตั้งค่ายกล!”
ลู่หยวนชักดาบประจำกายออกจากเอว แล้วตะโกนก้อง
