ลู่เจิงอุ้มซุ่ยซุ่ยเดินไม่หยุด
เขาไม่ได้เดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แต่ล้วงตั๋วเงินใบย่อยกับคูปองอาหารออกจากกระเป๋า แล้วตบลงบนโต๊ะทันที
จ่ายเกินไปเขาก็ไม่สน
ตอนนี้ในหัวมีความคิดเดียว
ไป!
รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!
ก้อนทองในอ้อมแขนราวกับกองไฟ แผดเผาจนหัวใจเขาร้อนรน
พนักงานสาวคนนั้นยังยืนอึ้งมองฝูงแมวตรงประตู ไม่ได้สติกลับมา
ลู่เจิงฉวยโอกาสผลักประตูไม้บานหนักของร้านอาหารเปิดออก ลมหนาวพัดกรูเข้ามาทันที
พอถูกลม ซุ่ยซุ่ยก็หดคอซุกเข้าไปในอ้อมแขนลุงตามสัญชาตญาณ
จมูกเล็ก ๆ ของเธอแดงเพราะความหนาว
ลู่เจิงเดินออกจากร้านอาหาร แต่ไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
เขากวาดตามองถนนอย่างรวดเร็ว ก่อนเปลี่ยนทิศทางเลี้ยวเข้าไปในตรอกแคบที่ไร้ผู้คน
ตรอกมืดและลึก มีข้าวของระเกะระกะกองอยู่ กลิ่นอับชื้นโชยมาแตะจมูก
เขาวางซุ่ยซุ่ยลงบนลังไม้ใบหนึ่งที่ยังพอสะอาด
“ซุ่ยซุ่ย เด็กดี ยืนอยู่นิ่ง ๆ นะ”
ซุ่ยซุ่ยไม่เข้าใจว่าลุงจะทำอะไร แต่ก็เชื่อฟัง มือจับกำแพงไว้ ดวงตากลมโตดำขลับมองเขาอย่างสงสัย
ลู่เจิงขยับมืออย่างรวดเร็ว ล้วงก้อนทองหนักอึ้งออกมาจากอกเสื้อ
ในตรอกแสงสลัว ทว่าทองคำกลับส่องประกายได้เอง แสงสีทองเข้มเรืองรองจนแทบแทงตา
ลูกกระเดือกเขาขยับขึ้นลง เขาฝืนข่มหัวใจที่เต้นรัว
จากนั้นล้วงผ้าหยาบสีซีดจากกระเป๋าอีกข้าง เป็นผ้าที่เขาใช้เช็ดเหงื่อตอนทำงานเป็นประจำ
