“ท่านผู้เฒ่า หมายความว่า ที่ข้าเกิดชาติกลับคืนมาในวัยเยาว์ เป็นเพราะวิญญาณส่วนที่เหลือของข้าหนึ่งเส้น ทะลุกาลเวลาย้อนกลับมาจากจุดเวลาหนึ่งในอีกหลายปีข้างหน้า มาถึงที่แห่งนี้ และบังเอิญเกิดปฏิกิริยากับผลวัฏสงสารของท่าน ข้าจึงได้เกิดใหม่อีกครั้งใช่หรือไม่”
เย่อวิ๋นเฟยฟังคำของชายคลุมฉลององค์ขาววัยกลางคนนั้นแล้วรู้สึกตะลึงงันอย่างบอกไม่ถูก
ตลอดมาเย่อวิ๋นเฟยไม่เคยคิดออกเลยว่าเหตุใดตนจึงเกิดชาติกลับคืนมาในวัยเยาว์ แต่ตอนนี้เมื่อได้ฟังคำของชายฉลององค์ขาววัยกลางคนผู้นี้ ก็เหมือนได้เบาะแสบางประการ
“เป็นเช่นนั้นจริง ผลวัฏสงสารที่ข้าบำเพ็ญขึ้นมาได้ในมหาสมุทรห้วงจินต์ว่าง ตอนนี้ถูกเจ้าได้ครอบครองไปแล้ว
พูดให้แม่นยำก็คือ มันคือร่างวิญญาณดวงที่สองในทะเลวิญญาณของเจ้าในเวลานี้
ข้าคาดว่า เมื่อเจ้าในฐานะเทพฮ่องเต้ถูกตีจนแตกกระจัดกระจาย วิญญาณส่วนที่เหลือหนึ่งเส้นจึงทะลุกาลเวลาย้อนกลับมาที่นี่ในอดีต เหตุผลก็คือเจ้าเคยเดินทางผ่านบริเวณนี้มาก่อน หรือไม่ก็ได้ทิ้งอาคมบางอย่างเอาไว้ที่นี่
เมื่อข้าบำเพ็ญผลวัฏสงสารสำเร็จก็ถูกเผ่าวิญญาณนั้นลอบทำร้าย ทำให้ผลวัฏสงสารของข้าเกิดสัมผัสกับอาคมบางอย่างที่เจ้าทิ้งไว้ที่นี่ จึงอัญเชิญวิญญาณส่วนที่เหลือของเจ้าในอีกหลายปีข้างหน้ากลับมา
แน่นอน นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น
วิถีวัฏสงสารลึกล้ำเกินคาด แม้ข้าจะดำเนินวิถีวัฏสงสารมาตลอดชั่วชีวิต แต่กรณีของเจ้า ข้าก็ไม่อาจบอกความลึกล้ำของมันได้แม่นยำ ทำได้เพียงคาดเดาอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น”
ชายฉลององค์ขาววัยกลางคนผู้นั้นกล่าว
“ร่างวิญญาณดวงที่สองในทะเลวิญญาณของข้า คือผลวัฏสงสารที่ท่านบำเพ็ญขึ้นมา?”
เย่อวิ๋นเฟยได้ฟังดังนั้น จึงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตื่นตระหนกใจอย่างมาก
ตลอดมาเย่อวิ๋นเฟยเชื่อว่าร่างวิญญาณทั้งสองดวงนี้เป็นของตน แต่ตอนนี้ชายฉลององค์ขาววัยกลางคนกลับบอกว่าหนึ่งในนั้นคือผลวัฏสงสารของท่าน
“หนุ่มน้อย เจ้าไม่ต้องกังวล
ผลวัฏสงสารนั้นได้กลืนรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าไปแล้ว แม้ข้าจะได้คืนมาก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป
