เขาไม่เชื่อข่าวที่เทพเจ้าชั้นที่ห้า ทั้งสองนำกลับมารายงานเลยแม้แต่น้อย
ในใจของเขา ผู้บำเพ็ญดาบแห่งแดนดาบต่างมีพลังการต่อสู้ที่เกรียงไกรทั้งคน เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าก๊กอำนาจอื่นแทบไม่เคยมีใครกล้าเอาตัวไปท้าทาย มีแต่ขี่คอข่มเหยียบฝ่ายตรงข้าม
“ผู้อาวุโส เป็นจริงดังที่รายงาน คงเป็นฝีมือเด็กเวนนั่นแซ่เย่ กับพวกแดนต้นกำเนิดพันธุ์ไม้”
เทพเจ้าชั้นที่ห้า ทั้งสองก้มหน้าลง ใจหวั่นไหวสั่นคลอน คนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “บัดซบ!
เด็กเวนนั่นแซ่เย่ กับพวกนักเลงแดนต้นกำเนิดพันธุ์ไม้นั่น กล้าฆ่าพวกเราแดนดาบลงถึงเพียงนี้ มันช่างน่าแค้นจริง!”
เทพเจ้าชั้นที่เจ็ด นามนี้แทบเคี้ยวฟันจนแหลกละเอียด พลังเจตนาสังหารพวนพวยขึ้นจนมืดฟ้า
“ถ้าเป็นเช่นนั้น เราออกไปจากที่นี่เสียก่อน”
ไม่ช้าไม่นาน เทพเจ้าชั้นที่เจ็ด แห่งแดนดาบนามนี้ก็พาเหล่าผู้บำเพ็ญดาบกลุ่มสุดท้าย พุ่งทยานออกไปยังทางเข้า-ออกของเทพเจ้าเทียนหมู่
ในเวลาเดียวกัน เทพเจ้าชั้นที่เจ็ด คนสุดท้ายของทั้งตระกูลเมิ่งและหุบเขาเพลิงฟ้าก็ได้รับรายงานเช่นกัน ทราบว่าเหลือเพียงตนเป็นเทพเจ้าชั้นที่เจ็ด คนสุดท้ายกับพวกพ้องกลุ่มสุดท้ายของก๊กตนเอง
เมื่อได้รับรายงาน ปฏิกิริยาแรกของทั้งสองคือโทสะพว่าขึ้นทันที แต่ไม่ช้าก็สงบจิตสงบใจลง แล้วรีบพาเหล่าคนสุดท้ายรีบรุดมุ่งหน้าสู่ทางเข้า-ออก ไม่กล้าหยุดพำนักต่อภายในถ้ำบำเพ็ญของเทพเจ้าเทียนหมู่อีก
ขณะนั้นเอง เย่อวิ๋นเฟยกับผู้อาวุโสทั้งสองก็ยังซ่อนเร้นแนบเคียงทางเข้า-ออกอยู่
“พวกนั้นคือคนของตระกูลเมิ่ง”
เย่อวิ๋นเฟยสีหน้าเปลี่ยนขึ้นทันที แลเนตรมองไปยังเหล่ากองกำลังที่ม้วนมาแต่ไกล แล้วเอ่ยขึ้น
ด้วยเหตุที่กองกำลังกลุ่มสุดท้ายของตระกูลเมิ่งอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกที่สุด จึงเดินทางมาถึงที่นี่เป็นก๊กแรก
“รีบลงมือ ยิ่งเร็วยิ่งดี”
เย่อวิ๋นเฟยรู้ดีว่ากองกำลังกลุ่มสุดท้ายของเหล่าก๊กใหญ่ย่อมรุดออกมาแล้วทั้งปวง ถ้าปล่อยให้กองกำลังของเหล่าก๊กใหญ่รวมตัวกันครบ เมื่อนั้นการลงมือสังหารจะยากลงอีกหลายเท่า
