เย่อวิ๋นเฟยมาถึงจริง ๆ!
เมื่อได้ยินรายงานของสายสืบ ผู้มีตำแหน่งสูงส่งทั้งปวงของสำนักวัฏสงสารพากันตกตะลึงพรึงเพริด
“ท่านเจ้าสำนัก ควรทำเช่นไร?
เย่อวิ๋นเฟยบุกมาถึงประตูบ้าน ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ เราควรรับมือเขาอย่างไร?”
ผู้อาวุโสของสำนักวัฏสงสารคนหนึ่งจ้องมองเจ้าสำนักแล้วเอ่ยถามขึ้น
ผู้มีตำแหน่งสูงส่งคนอื่น ๆ ก็พากันจับจ้องไปที่เจ้าสำนักเช่นกัน
ทุกคนรู้ดีว่าเย่อวิ๋นเฟยต้องมาหาเรื่องแน่นอน!
เจ้าสำนักขมวดคิ้วมุ่น ภายในใจครุ่นคิดไม่ตก
“ผู้อาวุโสหยาง ท่านเห็นเป็นประการใด?”
สายตาเจ้าสำนักมองไปยังผู้อาวุโสสูงสุดผู้ซึ่งผมขาวโพลนและถามขึ้น
ผู้อาวุโสสูงสุดผู้นี้มีอาวุโสยิ่งกว่าเจ้าสำนักเสียอีก ในสำนักวัฏสงสารมีสถานะอันแตกต่างไม่ธรรมดา
“เรามีทางเลือกอยู่สองทาง หนึ่ง คือเป็นศัตรูกับเย่อวิ๋นเฟย สอง คือก้มหัวให้เย่อวิ๋นเฟย
ท่านเจ้าสำนักเลือกเอาสักทางก็พอแล้ว
ข้าเชื่อว่าในใจท่านเจ้าสำนักมีคำตอบอยู่แล้ว เพราะข้ารู้จักนิสัยของท่านเจ้าสำนักเป็นอย่างดี”
ผู้อาวุโสสูงสุดผู้นั้นค่อย ๆ ตอบออกมา
“ถูกต้อง มีเพียงผู้อาวุโสหยางเท่านั้นที่เข้าใจข้าที่สุด
ทุกท่าน พวกเรามีทางเลือกเดียว นั่นคือก้มหัวขอเจรจาสงบศึกกับเย่อวิ๋นเฟย”
สายตาเจ้าสำนักมองไปยังผู้มีตำแหน่งสูงส่งคนอื่น ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หากเราเลือกที่จะก้มหัวให้เย่อวิ๋นเฟย ก็เป็นการทำลายชื่อเสียงของสำนักวัฏสงสารเรา
และนับจากนี้ไป เย่อวิ๋นเฟยจะกดหัวสำนักวัฏสงสารเราไว้ตลอดกาล!”
ผู้มีตำแหน่งสูงส่งคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความไม่ยอมจำนน
“หากไม่เลือกที่จะก้มหัวขอสงบศึกกับเย่อวิ๋นเฟย เจ้าคิดว่าด้วยกำลังของสำนักวัฏสงสารเราในตอนนี้ จะสู้กับเย่อวิ๋นเฟยได้หรือ?”
สายตาเจ้าสำนักมองไปยังผู้มีตำแหน่งสูงส่งผู้นั้น แล้วค่อย ๆ ถามขึ้น
