“พวกนั้นหนีเร็วเสียจริง! พอเห็นท่าไม่ดี ก็เผ่นหายไปหมดในพริบตา
ที่จริงยังฆ่าได้อีกหลายคนแท้ ๆ”
ผู้อาวุโสชุดเขียวผู้หนึ่งมองเหล่าผู้แข็งแกร่งและจอมเวทฝ่ายตรงข้ามที่หายลับไปจนไร้ร่องรอยตั้งนานแล้ว ก่อนจะกัดฟันกล่าวอย่างเคียดแค้น ผู้อาวุโสชุดเขียวผู้นี้มาจากพิภพกระบี่ ทั่วร่างแผ่ปราณกระบี่ไร้รูปร่างออกมามากมาย
“ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านที่มาช่วยเหลือ”
เย่อวิ๋นเฟยมองเหล่าผู้แข็งแกร่งฝ่ายตนตรงหน้า เอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
ถึงแม้ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้จะไม่มา เขาก็ไม่เป็นอะไรอยู่ดี แต่เมื่อมีพวกเขาช่วยเหลือ เขาก็สามารถเข่นฆ่าได้อย่างเต็มที่ สังหารผู้แข็งแกร่งและจอมเวทฝ่ายตรงข้ามไปเกือบครึ่งหนึ่ง
“คุณชายเย่ จะเกรงใจพวกเราไปไย? พวกเราล้วนเป็นพวกเดียวกัน
นับจากนี้ไป ท่านคือหนึ่งในกำลังรบหลักของพันธมิตรเรา
ต่อไปทุกคนควรช่วยเหลือกัน ร่วมมือกันรับมือศัตรู จนกว่าจะกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก”
ผู้อาวุโสเก่หัวเราะเสียงดัง
“ถูกต้อง คุณชายเย่ ไม่ต้องเกรงใจพวกเรา พวกเราล้วนเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว”
ผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ต่างหัวเราะกล่าวเช่นกัน
“ผู้อาวุโสทุกท่าน ตอนนี้สถานการณ์สงครามในห้วงที่เก้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่อวิ๋นเฟยถาม
ครั้งนี้เย่อวิ๋นเฟยออกจากห้วงที่เก้าเข้าสู่สุญญากาศสมบูรณ์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังโลกใหญ่จูเชวี่ย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึง
เย่อวิ๋นเฟยรู้ดีว่า หลังจากเขาออกจากห้วงที่เก้า สงครามระหว่างสองพันธมิตรในห้วงที่เก้าคงยังดำเนินต่อไป
“คุณชายเย่ หลังจากท่านออกจากห้วงที่เก้า สงครามระหว่างสองพันธมิตรดูเหมือนจะชะลอลงบ้าง กองทัพพันธมิตรฝ่ายผู้พิทักษ์ต่างตั้งรับ
ข้าคาดว่าเป็นเพราะขุมอำนาจใหญ่เหล่านั้นกำลังเรียกระดมยอดฝีมือชั้นสูงสุดมาลอบโจมตีท่าน อยากรวมกำลังหลักเพื่อสังหารท่านก่อน แต่ตอนนี้แผนการของพวกมันล้มเหลวแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ขุมอำนาจใหญ่เหล่านั้นสูญเสียยอดฝีมือชั้นสูงสุดไปมากมาย สงครามที่กำลังจะมาถึงย่อมเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรามากขึ้น”
ผู้อาวุโสพานกล่าวยิ้ม ๆ
“เช่นนั้นก็ดี ผู้อาวุโสทุกท่าน ต่อจากนี้ข้ายังมีธุระส่วนตัวต้องจัดการอีกเล็กน้อย”
เย่อวิ๋นเฟยกล่าว
