"น่าเสียดายที่โลกอสูรโบราณกับโลกภายนอกต่างมีกฎแห่งฟ้าดินไม่เหมือนกัน
กฎแห่งฟ้าดินของโลกอสูรโบราณสูงส่งกว่าแดนชางหวงมากนัก สิ่งมีชีวิตในโลกอสูรโบราณต้องการเข้ามาในแดนชางหวง ต้องทนทานต่อการผลักไสของกฎแห่งมิติได้เสียก่อน
มิเช่นนั้น ข้าจะนำอสูรระดับปั้นเต๋ากว่าร้อยตัวเข้ามาในแดนชางหวงทั้งหมด แล้วในโลกนี้ก็จะไม่มีอะไรให้ข้าต้องห่วงอีก"
เย่อวิ๋นเฟยถอนหายใจ
"หากพลังงานมิติของเจ้าสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ก็น่าจะนำอสูรระดับปั้นเต๋าออกไปได้แล้ว
ถึงเวลานั้น เจ้าก็จะช่วยข้าซ่อมแซมแท่นบูชาส่งผ่านนั่นได้สำเร็จเช่นกัน"
ชายวัยกลางคนเอ่ยยิ้ม ๆ
"ผู้อาวุโส ท่านวางใจได้ ข้าจะซ่อมแซมแท่นบูชาส่งผ่านนั่นให้ท่านอย่างแน่นอน"
เย่อวิ๋นเฟยตอบ
สำหรับซวนหนีตนนี้ เย่อวิ๋นเฟยยังค่อนข้างมีไมตรีจิตต่อมัน
อีกทั้ง ซวนหนีตนนี้เคยผ่านศึกสังหารล้างโลกปีนั้นมา หากความทรงจำของมันฟื้นฟูขึ้นมา เย่อวิ๋นเฟยก็จะได้เข้าใจเรื่องราวของศึกสังหารล้างโลกได้อย่างสมบูรณ์
เหตุที่เย่อวิ๋นเฟยใส่ใจเรื่องศึกสังหารล้างโลกนัก ก็เพราะเขาสงสัยว่า ตอนที่เขาล่วงผ่านวิกฤตเทพเจ้า เหตุใดจักรพรรดิสวรรค์ทั้งสามจึงมาลอบโจมตีเขา สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับศึกสังหารล้างโลก
เพราะตอนที่ล่วงผ่านวิกฤตเทพเจ้าแล้วถูกจักรพรรดิสวรรค์ทั้งสามลอบโจมตีนั้น จินอู๋เทียนตี้เคยตะโกนออกมาประโยคหนึ่งว่า นี่คือการสืบเนื่องของศึกสังหารล้างโลก!
ดังนั้น หลังจากเกิดใหม่ เย่อวิ๋นเฟยจึงสนใจเรื่องศึกสังหารล้างโลกเป็นพิเศษ!
