“ใครอยู่
หยุดเสีย!
ที่นี่คือดินแดนสำคัญของตระกูลซ่ง ผู้แปลกหน้าห้ามบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต”
เย่อวิ๋นเฟยเพิ่งก้าวถึงประตูของโลกนี้ ก็มีกลุ่มลาดตระเวนปรากฏตัวขึ้นทันที ขวางทางเอาไว้ หัวหน้าที่เป็นเทพแท้องค์หนึ่งจ้องมองด้วยสายตาตรวจสอบแล้วกล่าวอย่างเข้มงวด
เย่อวิ๋นเฟยไม่เสียเวลาพูดเปล่า ร่ายวิชาชำระวิญญาณให้บริสุทธิ์ทันที ทำให้เทพแท้องค์นั้นของตระกูลซ่งยืนตัวแข็งค้าง ขยับไม่ได้แม้แต่นิด เผยสีหน้าทรมาน
“เกิดอะไรขึ้น?”
สมาชิกตระกูลซ่งรอบข้างต่างตกตะลึง
“เจ้าหนู ใช่ว่าเจ้าก่อเรื่องหรือไม่?”
มีคนหันมามองเย่อวิ๋นเฟย ตั้งข้อซักถาม
แต่ในเวลานั้น วิญญาณของเทพแท้ตระกูลซ่งถูกชำระล้างจนสิ้นซาก แถมถูกประทับรอยประทับพลังวิญญาณของเย่อวิ๋นเฟย กลายเป็นร่างแยกของเย่อวิ๋นเฟยไปแล้ว
“ไม่มีอะไร ทุกท่านไม่ต้องเดาสุ่ม หนุ่มน้อยคนนี้เป็นคนที่ข้ารู้จัก ให้เข้าไปได้”
เทพแท้ตระกูลซ่งองค์นั้นกล่าว
“เจ้ารู้จักเจ้าหนูคนนี้งั้นหรือ?”
สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่นตะลึงงัน มีคนถามออกมา
“ใช่ มีปัญหาอะไรหรือ?”
ร่างแยกของเย่อวิ๋นเฟยกล่าวตอบ
ในหน่วยลาดตระเวนเล็ก ๆ นี้ เขาคือผู้นำ
“เนื่องจากรู้จักมักคุ้ยก็ตามใจเจ้าเถอะ”
คนตระกูลซ่งไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม เย่อวิ๋นเฟยจึงเดินเข้าไปในโลกนี้อย่างสง่างามได้โดยง่าย
หลังเข้าสู่ภายในของโลกนี้ เย่อวิ๋นเฟยพลิกมือส่งกองกำลังของสำนักโบราณก่ายไห่ทั้งหมดจากภายในหอเงามายาทออกมา
“ที่นี่คือสำนักใหญ่ของตระกูลซ่ง!”
เมื่อเห็นโลกตรงหน้า กองกำลังของสำนักโบราณก่ายไห่ต่างอึ้งก๊ง
พวกเขาไม่คิดฝันว่าเย่อวิ๋นเฟยจะพาพวกเขาบุกเข้ามาถึงโลกแกนกลางที่สุดของสำนักใหญ่ตระกูลซ่งได้ง่ายดายเช่นนี้
“เริ่มลงมือได้!”
เย่อวิ๋นเฟยกล่าวอย่างเยือกเย็น
เสียงคำพูดเพิ่งจางหาย เย่อวิ๋นเฟยก็ลำเลียงหุ่นเชิดออกมาหลายหมื่นตน
หุ่นเชิดหลายหมื่นตนที่ถูกส่งออกมาทันใดนั้น ก็พุ่งเข้าสู้ไปทุกทิศทุกทาง
หุ่นเชิดเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพลังระดับเทพห้วงว่าง บ้างก็เป็นเทพแท้ ทุกตนแข็งแกร่งยิ่ง และเมื่อเข้าสู้แล้วไม่เคยถอย ยามการต่อสู้เข้มข้นถึงขีดสุดก็ใช้วิธีแลกชีพตายทั้งคู่ พลังทำลายน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
