"ฝ่ายผู้ฟื้นฟูช่างโอหังนัก กล้าที่จะยั่วยุฝ่ายผู้พิทักษ์และวิหารศพมืดเช่นนี้ รอดูได้เลย จุดจบของอำนาจนี้จะต้องน่าสมเพชอย่างแน่นอน ข้าเดาว่าไม่ต้องนาน ฝ่ายผู้ฟื้นฟูที่โอหังอวดดีเช่นนี้จะถูกกวาดล้างจนราบคาบ"
ยังมีผู้ที่กล่าวด้วยความเจ็บแค้นฟันคับ
แม้ฝ่ายผู้พิทักษ์และวิหารศพมืดจะมีชื่อเสียงไม่ดีในห้วงว่างเปล่าที่หก มีศัตรูนับไม่ถ้วน แต่ก็มีอำนาจหลายฝ่ายที่เข้าสวามิภักดิ์กับสองอำนาจนี้ โดยเฉพาะฝ่ายผู้พิทักษ์ จึงย่อมมีผู้ยืนข้างสองอำนาจนี้และออกมาพูดแทนเป็นธรรมดา
"ดูนั่นสิ! คนของฝ่ายผู้ฟื้นฟูดูเหมือนจะเคลื่อนออกไปแล้ว!"
ในยามนั้นเหล่าผู้คนเห็นตำแหน่งสมรภูมิก่อนหน้าส่งพลังเคลื่อนย้ายอันรุนแรงออกมาเป็นระลอก ๆ ทันทีที่มีคนตะโกนขึ้น
"คนของฝ่ายผู้ฟื้นฟูได้ลำเลียงจากไปผ่านค่ายกลโอนย้ายแล้ว
อำนาจนี้ช่างลึกลับนัก ไม่ยอมจากไปอย่างโจ้งแจ้ง กลับลำเลียงจากไปผ่านค่ายกลโอนย้าย กระมังเพราะหวั่นเกรงการติดตาม ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นรู้ที่ตั้งฐานที่มั่นของพวกเขา"
มีผู้เดาเอาไว้
"ไร้ประโยชน์ เหล่าทัพขนาดใหญ่เช่นนี้ แม้จะใช้ค่ายกลโอนย้ายจากไป ก็จะทิ้งร่องรอยไว้มากมาย ติดตามง่ายยิ่ง
ถ้าฝ่ายผู้พิทักษ์และวิหารศพมืดประสงค์จะสืบหาฝ่ายผู้ฟื้นฟู เพียงให้บรรดาปรมาจารย์การคาดคะเนลงมือคาดคะเนเพียงครู่หนึ่ง ก็จะหาที่หมายของคนฝ่ายผู้ฟื้นฟูได้ทันที"
มีผู้กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะเยาะ
ในความเป็นจริง ณ บริเวณสมรภูมิเมื่อครู่นั้น ยังมีผู้เริ่มแสดงศาสตร์แห่งการคาดคะเน เสี่ยงทายที่หมายของเหล่าทัพฝ่ายผู้ฟื้นฟูแล้ว
เพราะตลอดการรบทั้งหมด สายสืบของฝ่ายผู้พิทักษ์และวิหารศพมืดต่างมองดูอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
เมื่อเหล่าทัพฝ่ายผู้ฟื้นฟูลำเลียงออกจากสมรภูมิผ่านค่ายกลโอนย้าย ก็มีเงาร่างลึกลับไม่น้อยแอบเคลื่อนเข้าใกล้จุดที่รบกันเมื่อครู่ จับร่องรอยกลิ่นอายต่าง ๆ ที่ฝ่ายผู้ฟื้นฟูทิ้งไว้
แม้ยังมีเงาร่างราวสิบกว่าร่างที่ถูกแสงกฎเกณฑ์อันพร่ามัวปกคลุม ประสงค์จะก้าวเข้าไปในค่ายกลเหล่านั้นเพื่อติดตามที่หมายของเหล่าทัพฝ่ายผู้ฟื้นฟู
