ไม่นานเย่อวิ๋นเฟยก็มาถึงหน้าปากทางเข้าออกของโลกหนึ่ง ณ ที่นี้มีผู้บำเพ็ญดาบราวสิบกว่านายที่ท่วมท้นไปด้วยรัศมีดาบคอยเฝ้าระวังอยู่ นี่คือจุดสาขาย่อยที่แดนดาบเปิดให้ภายนอกรู้จัก
แดนดาบเป็นมหาอำนาจสายเก่าที่สืบทอดกันมาช้านาน อีกทั้งคนแห่งแดนดาบก็ลงมืออย่างเด็ดขาดและเปิดเผยโจ่งแจ้ง ไม่เคยซ่อนเร้นปิดบัง จุดสาขาย่อยของแดนดาบแห่งนี้ดำรงอยู่มายาวนานแล้ว ทุกคนต่างก็รู้จักดี
ขณะนี้คนแห่งประตูปฐพีได้ล้อมจุดสาขาย่อยของแดนดาบนี้ไว้จนหมดสิ้น หากแต่เนื่องด้วยสมาชิกของประตูปฐพีส่วนใหญ่แฝงตัวอยู่ในพลังธาตุดินและกฎแห่งดินในความว่างเปล่ารอบ ๆ หรือไม่ก็ซ่อนอยู่ในโลกต่าง ๆ ที่ใกล้เคียง ผู้บำเพ็ญดาบเหล่านั้นจึงไม่อาจตรวจจับกองกำลังของประตูปฐพีได้
"ไม่รู้เพราะเหตุใด ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
พวกเจ้าล่ะ?
พวกเจ้ารู้สึกผิดปกติอะไรกันบ้างหรือไม่?"
ผู้บำเพ็ญดาบหนึ่งในนั้นเบิกขมวดคิ้วเบา ๆ เหลือบมองความว่างเปล่ารอบตัวและความว่างเปล่าไกล ๆ แล้วเอ่ยขึ้น
"ข้าว่าเจ้าคิดไปเองเปล่า ๆ จะมีอะไรผิดปกติได้อย่างไร? พวกเราเฝ้าปากทางนี้มาหลายสิบปีแล้ว มันไม่ก็เป็นอย่างนี้มาตลอดหรือ?
ด้วยชื่อเสียงและพลังของแดนดาบ การที่พวกเราเฝ้าอยู่ที่นี่ก็เพียงเป็นแบบอย่างเฉย ๆ เท่านั้น จะมีเรื่องผิดปกติใดเกิดขึ้นได้อีกเล่า?
หรือว่าจะยังมีไอ้พวกโลภโมโทสารกล้ามาก่อกวนที่นี่?"
ผู้บำเพ็ญดาบอีกนายที่อยู่ข้าง ๆ เบ้ปากเย้ยหยัน
"ก็จริงอย่างนั้น ในมหาสมุทรห้วงจินต์ว่างทั้งมวล มีไม่กี่หน่วยที่กล้ามายั่วยุแดนดาบของพวกเรา"
ผู้บำเพ็ญดาบรอบ ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์
"พวกเรารุ่นนี้เฝ้าที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะได้สับเปลี่ยนกลับแดนดาบ ตอนนั้นก็ไม่ต้องมาเฝ้าอยู่อย่างน่าเบื่อหน่ายแบบนี้ทั้งวันอีกแล้ว"
ผู้บำเพ็ญดาบนายหนึ่งเอ่ยถอนใจ
ทว่าก่อนที่จะพูดจบ เขากลับพบว่าในใจของตนเกิดความคิดเหลวไหลประหลาดแปลกพิศวงนานัปการ จากนั้นก็จมอยู่ในสภาวะมึนงง ดวงตาไร้วิญญาณ
"ไอ้นี่มันทำอะไรกันแน่?
ทำไมเฉยชาไปทั้งคนแบบนี้"
ผู้บำเพ็ญดาบรอบข้างต่างพบเห็นก็รู้สึกประหลาดใจ
"หรือว่าการบำเพ็ญช่วงนี้จะมีปัญหา?"
มีผู้หนึ่งเอ่ยเสียงเบา
