“จอมเวทโอวหยาง การรู้มากเกินไปใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี”
ผู้อาวุโสพานหัวเราะเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างฉับพลัน
แม้จอมเวทโอวหยางจะเชี่ยวชาญวิชาพยากรณ์ แต่ด้านการต่อสู้กลับไม่ได้เก่งกาจนัก เขาจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลย
ในเวลาเดียวกัน ณ โลกสามัญแห่งหนึ่งที่เย่อวิ๋นเฟยกำลังปิดด่านบำเพ็ญ หลังจากฝึกฝนอยู่ระยะหนึ่ง เย่อวิ๋นเฟยก็ทะลวงขอบเขตต่อเนื่อง จนกลายเป็นเทพเปิดฟ้าชั้นที่สี่
“นายท่าน ท่านทะลวงขึ้นสู่เทพเปิดฟ้าชั้นที่สี่ได้ในคราวเดียวภายในเวลาอันสั้น ความเร็วเช่นนี้ช่างน่าทึ่งเกินไปแล้ว!”
หูเมี่ยวเห็นเย่อวิ๋นเฟยฝ่าทัณฑ์อัสนีและยกระดับขอบเขตอย่างต่อเนื่อง ก็รู้สึกว่ามันช่างเหลือเชื่อ
“นี่เรียกว่ารอสะสมพลังจนถึงคราวปะทุ”
ผู้อาวุโสฮุ่นกล่าว
“ก่อนหน้านี้ข้าสังหารเทพเปิดฟ้าไปมากมาย ถึงขั้นสะกดข่มเผ่าวิญญาณทั้งเผ่า ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสมพลังหรือสภาวะจิตใจ ก็เพียงพอให้ข้าทะลวงขึ้นสู่เทพเปิดฟ้าชั้นที่สี่แล้ว”
เย่อวิ๋นเฟยกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
ถึงอย่างไรเย่อวิ๋นเฟยก็มีพลังสังหารเทพเปิดฟ้าชั้นที่หกได้ตั้งนานแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่นานยังอาศัยกำลังของตนเพียงลำพังสะกดข่มเผ่าวิญญาณทั้งเผ่า บัดนี้ทะลวงขึ้นสู่เทพเปิดฟ้าชั้นที่สี่ จึงไม่รู้สึกภาคภูมิใจแม้แต่น้อย
“ช่วงนี้ระดับพลังวิญญาณของพวกเจ้าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเหมือนกัน”
เย่อวิ๋นเฟยสัมผัสตรวจดูความเข้มข้นของพลังวิญญาณในตัวผู้อาวุโสฮุ่นและคนอื่น ๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อมีวังวิญญาณถึงห้าแห่ง อีกทั้งยังสะกดข่มเผ่าวิญญาณทั้งเผ่า เย่อวิ๋นเฟยจึงสามารถจัดหาทรัพยากรบำเพ็ญพลังวิญญาณระดับสูงจำนวนมากให้ผู้อาวุโสฮุ่นและคนอื่น ๆ ได้ เมื่อมีทรัพยากรเหล่านี้สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ระดับพลังวิญญาณของผู้อาวุโสฮุ่น หนอนไหมมังกรเขาทอง และคนอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่รวดเร็วเท่าเย่อวิ๋นเฟย แต่ก็นับว่าน่าทึ่งไม่น้อย
