เย่อวิ๋นเฟยใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติฉับพลัน ดึงระยะห่างระหว่างเขากับสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดทั้งสิบห้าตนให้แคบลงในพริบตา
ยอดฝีมือกึ่งจักรพรรดิสิบแปดคนตามติดเย่อวิ๋นเฟย พุ่งไล่ตามกลุ่มสิ่งมีชีวิตลัทธิมืดเหล่านั้นไป
“เจ้าหนู! เจ้าจงคอยดูไว้!”
จู่ ๆ สิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดตนหนึ่งหันกลับมา จ้องเย่อวิ๋นเฟยด้วยสายตาอำมหิต กล่าวเสียงเย็นชา
“หลบซ่อน!”
จากนั้นสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดตนนั้นก็ส่งเสียงแผ่วเบา
ปุ่บปั่บ……
ร่างของสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดทั้งสิบห้าตนระเบิดแตกพร้อมกัน กลายเป็นหมอกดำสิบห้าก้อน ควันดำบาง ๆ แผ่กระจายออกไปเรื่อย ๆ ซึมเข้าไปในมิติโดยรอบ ชั่วอึดใจก็หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายใต้สัมผัสแห่งจิตวิญญาณของเย่อวิ๋นเฟย เขาพบว่าหมอกดำจาง ๆ เหล่านั้นล้วนบรรจุเศษเสี้ยวจิตวิญญาณเอาไว้ นั่นก็หมายความว่า สิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดเหล่านี้ถึงกับทำลายร่างวิญญาณของตนเองให้แตกกระจาย ออกเป็นอย่างน้อยหลายสิบส่วน แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไปยังห้วงมิติอันลึกล้ำคนละทิศคนละทาง
เช่นนี้แล้ว ยากยิ่งที่จะติดตามร่องรอยได้
“ไม่คิดเลยว่าพวกสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดจะมีวิชาหลบหนีอันแยบยลถึงเพียงนี้”
เย่อวิ๋นเฟยหยุดฝีเท้าลง ใบหน้าเผยสีหน้าเคร่งเครียด
ถึงตอนนี้ เย่อวิ๋นเฟยได้ปะทะกับเหล่าสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว รู้สึกได้ว่าพวกมันมิเพียงมีพลังแข็งแกร่ง แต่ยังเชี่ยวชาญคัมภีร์วิทยายุทธ์อันแปลกประหลาดมากมาย ยากแก่การรับมือ
“ประหลาดนัก เขตศักดิ์สิทธิ์จูเชวี่ยเป็นดินแดนลับที่เผ่าเหมียวควบคุม เหตุใดถึงมีสิ่งมีชีวิตในลัทธิมืดมากมายปานนี้แทรกซึมเข้ามาได้?
