“วิชาค่ายกลของเขาถึงกับล้ำลึกถึงเพียงนี้!”
ภายในสำนักงานใหญ่ของสำนักชิงอี้ มีผู้อาวุโสหลายคนเห็นเย่อวิ๋นเฟยนำค่ายกลจำนวนมหาศาลเคลื่อนบุกไปเบื้องหน้า ต่างเผยสีหน้าตื่นตะลึง
ผู้อาวุโสเหล่านี้ล้วนเป็นปรมาจารย์ค่ายกลจากประตูสังขร
ค่ายกลจำนวนมากตรงทางเข้าออกสำนักงานใหญ่สำนักชิงอี้ ล้วนเป็นผลงานของพวกเขา
สำนักชิงอี้ทุ่มเงินก้อนโตเลี้ยงดูพวกเขาอย่างดีไว้ในสำนักงานใหญ่ ภารกิจหลักคือช่วยสำนักชิงอี้ดูแลค่ายกลเหล่านี้
หลังสำนักชิงอี้ประสบภัยพิบัติเกือบถูกล้างสำนักครั้งหนึ่ง พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับพลังป้องกันของสำนักงานใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
ค่ายกลเหล่านั้นกลายเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดของสำนักชิงอี้ไปแล้ว
“ปรมาจารย์จากประตูสังขรทุกท่าน ไอ้เดรัจฉานน้อยเย่อวิ๋นเฟยกำลังพาค่ายกลเหล่านั้นบุกเข้ามาสังหารแล้ว ขอเชิญทุกท่านรีบหาทางขัดขวางมัน!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักชิงอี้หันไปมองปรมาจารย์ค่ายกลจากประตูสังขรเหล่านั้น
“พวกเราลงมือพร้อมกัน!”
ปรมาจารย์ค่ายกลหลายคนสบตากัน ก่อนจะมีคนเอ่ยขึ้น
จากนั้นพวกเขาก็หยิบธงค่ายกลจำนวนมากออกมา แล้วโยนออกไปด้านนอกอย่างต่อเนื่อง
ธงค่ายกลบางส่วนใช้เสริมความแข็งแกร่งให้ค่ายกลที่มีอยู่ บางส่วนใช้จัดวางค่ายกลเพิ่มเติม ส่วนอีกจำนวนหนึ่งเป็นธงสลายค่ายกลที่สร้างขึ้นเพื่อทำลายค่ายกลโดยเฉพาะ
ธงสลายค่ายกลเหล่านั้นพุ่งแหวกอากาศดุจดาวตก มุ่งตรงไปยังค่ายกลและค่ายกลปฐพีรอบกายเย่อวิ๋นเฟย หมายจะทำลายค่ายกลกับค่ายกลปฐพีที่เย่อวิ๋นเฟยจัดวางไว้
ทว่าค่ายกลที่เย่อวิ๋นเฟยจัดวางล้วนมีระดับสูงและอานุภาพแข็งแกร่ง อีกทั้งระหว่างที่เดินหน้า เขายังคงจัดวางค่ายกลอย่างต่อเนื่อง คิดจะทำลายค่ายกลและค่ายกลปฐพีเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
ขณะที่เย่อวิ๋นเฟยนำค่ายกลและค่ายกลปฐพีจำนวนมหาศาลเคลื่อนบุกไปเบื้องหน้า กองทัพหุ่นเชิดด้านหลังก็พุ่งเข้าโจมตีตามเขาไป
กองทัพหุ่นเชิดเหล่านี้รวมตัวเป็นค่ายกลศึกอันทรงพลัง หุ่นเชิดแต่ละตัวมีของวิเศษติดตัวหนึ่งชิ้น ทั้งยังฝังผลึกพลังงานจำนวนมากไว้ในร่าง
