ไม่นาน เสี่ยวเฟยก็เริ่มประมือกับหญิงสาวอีกคนจากเผ่าเหมียวบนเวทีประลอง
“สมกับเป็นน้องสาวของข้า”
เย่อวิ๋นเฟยมองอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าเสี่ยวเฟยต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน
เพราะไม่ว่าจะเป็นพลังเทพในร่างกาย ทักษะการต่อสู้ ประสบการณ์ หรือสัญชาตญาณในการต่อสู้ เสี่ยวเฟยล้วนเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
แม้เสี่ยวเฟยจะไม่ได้รีบร้อนเอาชนะ แต่คิดจะใช้โอกาสนี้ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์การต่อสู้ของตนให้ดียิ่งขึ้น ทว่าการประลองครั้งนี้ย่อมไม่มีทางพลิกผัน
เป็นดังที่คาด หลังทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันหลายสิบกระบวนท่า หญิงสาวคนนั้นก็เริ่มรับมือได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนค่อย ๆ หมดทางโต้กลับ สุดท้ายถูกเสี่ยวเฟยโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวจนกระเด็นออกจากเวที ได้แต่ยอมแพ้
อย่างไรก็ตาม การประลองบนเวทีไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะกันเพียงครั้งเดียว เสี่ยวเฟยเพิ่งชนะการประลองรอบแรกเท่านั้น หลังจากนี้ยังต้องสู้ต่ออีกหลายรอบ
การแข่งขันบนเวทีเป็นการค่อย ๆ คัดผู้ที่มีอันดับต่ำออกไป ส่วนผู้ที่มีอันดับสูง หลังจากพักไปสองสามรอบก็ยังต้องขึ้นเวทีแข่งขันต่อ
หลังจากนั้น คนรุ่นเยาว์ของเผ่าเหมียวก็ทยอยขึ้นเวที เย่อวิ๋นเฟยไม่ได้สนใจชมการประลองมากนัก เวลาส่วนใหญ่เขาหลับตาพักผ่อน กระทั่งเสี่ยวเฟยขึ้นเวทีเป็นครั้งที่สอง เขาจึงลืมตาขึ้นมาชมการแข่งขัน
การแข่งขันรอบที่สอง เสี่ยวเฟยก็เป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง
“นายท่าน พลังต่อสู้ของเสี่ยวเฟยไม่ธรรมดาจริง ๆ สมกับเป็นน้องสาวของท่าน”
หูเมี่ยวเอ่ยชม
หลังเสี่ยวเฟยจบการประลองรอบที่สอง เย่อวิ๋นเฟยก็หลับตาพักผ่อนอีกครั้ง ไม่ได้สนใจชมการแข่งขัน จนกระทั่งเสี่ยวเฟยขึ้นเวทีเป็นครั้งที่สาม เขาจึงลืมตาขึ้นมาดูอีกครั้ง
รอบที่สาม เสี่ยวเฟยก็ยังคงเป็นฝ่ายชนะ
“นายท่าน เสี่ยวเฟยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแล้ว
หากนางชนะในรอบชิงชนะเลิศ ก็จะได้เป็นเทพธิดาจูเชวี่ยแห่งเผ่าเหมียว”
