เมื่อเดินเข้าไปในพระราชวัง เย่อวิ๋นเฟยสังเกตเห็นแท่นบูชาโบราณแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางพระราชวังทันที บนแท่นบูชามีโครงกระดูกขนาดมหึมาวางอยู่!
โครงกระดูกเทพจูเชวี่ย!
สายตาของเย่อวิ๋นเฟยจับจ้องไปที่โครงกระดูกนั้น พลางสำรวจดู
โครงกระดูกนี้ทั้งร่างเป็นสีแดงสด เงางามเป็นมัน เงาโครงร่างของนกจูเชวี่ยจำนวนมากพลันพุ่งออกมาจากภายในกระดูก ส่งเสียงร้องอันแหลมสูง
รอบ ๆ โครงกระดูกมีเปลวเพลิงสีแดงลุกโชน ราวกับทะเลเพลิงสีแดงผืนมหึมา
ครืน ๆ ๆ …
แรงกดดันพลังอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้าปะทะ ทำให้เย่อวิ๋นเฟยต้องถอยหลังไปหลายก้าว
"ไม่รู้ว่าโครงกระดูกนี้จะเป็นของเทพจูเชวี่ยตัวจริงในตำนานหรือไม่?
แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเทพจูเชวี่ยตัวจริงหรือไม่ เจ้าของโครงกระดูกนี้ตอนยังมีชีวิตอยู่ย่อมแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวแน่นอน!
เกรงว่าคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเทียนจู่เสียอีก!"
เย่อวิ๋นเฟยสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกจากโครงกระดูกนั้น จิตใจรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง
เห็นได้ชัดว่า เจ้าของโครงกระดูกนี้ได้ล่วงลับไปนานแสนนานแล้ว แต่ทว่ายังคงรักษาแรงกดดันพลังอันทรงพลานุภาพไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นกึ่งจักรพรรดิที่บรรลุความสมบูรณ์ไร้ที่ติก็ยากจะต้านทาน!
เวลานี้ จอมเวทแก่กำลังเดินเข้าใกล้โครงกระดูกนั้นทีละก้าว ๆ
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลจนหน้าแดงก่ำด้วยความอึดอัด
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตหลายสิบตนที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดคลุมดำตามหลังจอมเวทแก่มา
