“องค์หญิงเสวี่ย เจ้าผอมลง!”
“องค์หญิงเสวี่ย หลายปีมานี้ ลำบากเจ้าแล้ว!”
……
ผู้คนตระกูลถังกลุ่มใหญ่รุมล้อมเข้ามา ห้อมล้อมเสวี่ยเอ๋อร์ไว้ตรงกลาง ถามโน้นถามนี่ ตื่นเต้นยิ่งนัก
ดูออกว่า เสวี่ยเอ๋อร์เป็นที่นิยมชมชอบในตระกูลถังยิ่ง
“เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
ชายชราผมขาวก้าวมาข้างหน้าเสวี่ยเอ๋อร์ ดูเอ็นดูอย่างยิ่ง
“ท่านปู่ถังห้า!”
เสวี่ยเอ๋อร์โผเข้าอ้อมกอดของชายชราผมขาว ขอบตาก็แดงก่ำ
ผู้อาวุโสถังห้าผู้นี้ เฝ้ามองดูเสวี่ยเอ๋อร์เติบโตมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้น เสวี่ยเอ๋อร์จึงรักใคร่ผู้อาวุโสยิ่งนัก
“หลี่จง เจ้าทำเรื่องดีนัก!
ข้ามิได้ส่งข่าวไปบอกเจ้า ให้พาเสวี่ยเอ๋อร์หลบไปหาที่ซ่อนในทันทีรึ!
เจ้าดีนัก กลับพาเสวี่ยเอ๋อร์วิ่งมาที่นี่!
หลี่จง ข้าบอกเจ้าไว้ หากเสวี่ยเอ๋อร์เป็นอะไรขึ้นมา เจ้านั่นแหละคือตัวการ!”
ผู้อาวุโสถังห้าปลอบเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันกาย สีหน้าเครียดขรึม ตวาดใส่หลี่จง
“ผู้อาวุโสห้า ข้า...”
หลี่จงไม่รู้จะตอบเช่นไร
“ผู้อาวุโสห้า ท่านอย่าได้ตำหนิอาหลงเลย ข้าเป็นคนให้นางกลับมาเอง”
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ยขึ้น
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคือ...”
สายตาของชายชราผมขาวมองไปยังเย่อวิ๋นเฟย ขมวดคิ้ว
“ฮ่าๆ...
ค่ายกลห่วยแตกพวกนี้ อ่อนแอปวกเปียก ในที่สุดก็พังพินาศหมดแล้ว!”
นอกหมู่บ้าน เสียงหัวเราะดังขึ้น
จากนั้น
“บุกเข้าไป!”
กองกำลังมากมายมหาศาล จากทุกสารทิศ กรูกันเข้าไปในหมู่บ้าน
