“แขนข้างหนึ่ง?!”
ทุกคนต่างจ้องมองแขนยักษ์นั่นด้วยสายตาหวาดหวั่น
ตูมม…
แขนยักษ์นั้นยื่นฝ่ามือออกมา ปัดกวาดไปทั่ว ปลดปล่อยแรงกดดันแห่งพลังงานอันมหาศาล แผ่ซ่านไปทั่วผืนราบในชั่วพริบตา
กร๊อบ…
ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกราวกับมีภูเขาหนักหลายสิบลูกกดทับบนบ่า เอวถูกกดจนงอลงไม่หยุด
มีเพียงยอดฝีมือระดับเปิดทะเลเท่านั้นที่สถานการณ์ดีกว่าเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังหน้าถอดสีกันทุกคน พลังลมปราณที่แขนข้างนี้ปล่อยออกมาช่างน่าสะพรึงเกินไป ทำให้พวกเขาหมดสิ้นจิตสู้ หันหลังวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง
แขนยักษ์ปัดผ่านไป ผู้ที่เพิ่งล้อมโจมตีเย่อวิ๋นเฟยถูกจับไว้ในอุ้งมือทีละคน จากนั้นก็ถูกผนึก แล้วโยนลงตรงหน้าเย่อวิ๋นเฟย
ตุ้บตั้บ…
เพียงชั่วครู่ ตรงหน้าเย่อวิ๋นเฟยก็กองพะเนินด้วยผู้คน ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“แขนยักษ์นี่มันตัวอะไรกันแน่ ถึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้!”
ทุกคนล้วนตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
“ต้องอย่าให้ไอ้เฒ่านั่นหนีไปได้!”
เย่อวิ๋นเฟยชี้ไปที่ผางตี๋ พลางตะโกนบอกแขนยักษ์
ผางตี๋มีพลังระดับเปิดทะเลขั้นกลาง ตอนนี้กำลังใช้วิชาตัวเบาหนีไปไกลอย่างสุดชีวิต
“วางใจเถิด พวกมันหนีไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว”
แขนยักษ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ตูมม…
แขนยักษ์เร่งความเร็วฉับพลัน ประหนึ่งทะลวงผ่านข้อจำกัดของกาลอวกาศ เพียงชั่วพริบตาก็ตามทันยอดฝีมือระดับเปิดทะเลที่กำลังหนีตายเหล่านั้น แล้วจับทีละคน รวดเร็วปานสายฟ้า นำยอดฝีมือระดับเปิดทะเลทั้งหมดกลับมา โยนลงตรงหน้าเย่อวิ๋นเฟย
เพียงชั่วครู่ คนที่เพิ่งร่วมกันโจมตีเย่อวิ๋นเฟยทั้งหมด ก็ถูกควบคุมตัวไว้หมด นอนกองอยู่ตรงหน้าเย่อวิ๋นเฟย
“เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ที่ไม่ได้ลงมือเมื่อครู่ ต่างพากันหวาดระแวงไม่เลิก ยืนดูอยู่ห่าง ๆ
ในเวลาเดียวกัน
เหนือดาวอิ๋นเสีย
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ร่างสามร่างที่แผ่กลิ่นอายน่าสะพรึงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้ามาทางสถานที่ชุมนุมอัจฉริยะด้วยความเร็วสูง
“ไอ้หนุ่ม เจ้ามีพื้นเพที่มาอย่างไร เหตุใดถึงได้มาก่อกวนในถิ่นของตระกูลผางของเรา!
