ครึ่งวันต่อมา
ยานลำนี้ก็มาถึงหมู่ดาวเขาสู่
“ด้านหน้าคือหมู่ดาวเขาสู่แล้ว
ดูท่าพวกมันจะเริ่มเตรียมสู้รบกันอีกแล้ว”
ในยาน ชายชุดเขียวเอ่ย
“น่ารำคาญนัก มดอ่อนแอสองตัว มีอะไรให้ต้องสู้รบ
อิทธิพลพวกนี้ในสายตาตระกูลผางของเรา ก็เป็นแค่เรื่องน่าขำ”
ชายชุดแพรปักปฏิเสธพลางส่ายหัว
เวลานี้
หมู่ดาวเขาสู่ถูกกองทัพมหึมากดทับ จนถูกทหารจากกองทัพกรีฑาพันธนาการล้อมไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีช่องให้มุด
แม่ทัพใหญ่ผู้สวมเกราะศึกสีทองคำนายหนึ่ง ยืนอยู่หน้าสุดของกองทัพ องอาจน่าเกรงขาม
ครั้งก่อน เพราะเย่อวิ๋นเฟยลงมือทำลายค่ายกลสงครามของกองทัพกรีฑาพันธนาการไปมาก ดังนั้นกองทัพกรีฑาพันธนาการจึงจำต้องจบการศึกกลางคัน
ครั้งนี้ กองทัพกรีฑาพันธนาการเตรียมการมาอย่างพร้อมเพรียง!
“มีข่าวของเย่อวิ๋นเฟยหรือยัง”
แม่ทัพใหญ่ผู้นั้นเอ่ยถามชายชราข้างกาย
“ยังไม่มีขอรับ
เรามีผู้แข็งแกร่งขั้นสะพานดาราห้าคนเฝ้าอยู่นอกห้วงอเวจีอสนีบาตนั่น ครั้นเย่อวิ๋นเฟยออกมา ก็จะถูกพวกมันสกัดไว้ และข่าวสารก็จะถูกส่งกลับมาเช่นกัน
ทั้งนี้ เรายังเตรียมการไว้พร้อมแล้ว คราใดที่เย่อวิ๋นเฟยหวนคืน เราก็จะมีกองทหารชั้นยอดส่วนหนึ่ง คอยจัดการเขาโดยเฉพาะ”
ชายชราผู้นั้นตอบ
“เช่นนั้นก็ดี
เด็กคนนี้ค่อนข้างประหลาด ครั้งก่อนทำลายค่ายกลสงครามของพวกเราไปมาก ครั้งนี้ข้าไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดใดอีก
อีกอย่าง สมุนไพรครึ่งเทพและคัมภีร์วิทยายุทธ์บนตัวเขา หากเป็นไปได้ ก็จงชิงมาไว้ในมือ”
แม่ทัพใหญ่กล่าว
“ท่านแม่ทัพใหญ่โปรดวางใจ ข้าได้กำชับลงไปแล้ว”
