“ไม่คิดเลย แดนกระบี่กลับยังมีพลังเช่นนี้อยู่ ดูท่ามหาทวีปแดนกระบี่คงไม่ได้ล่มสลายจริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมามันเพียงซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้เท่านั้น”
ในมิติว่างเปล่าแห่งหนึ่ง ผู้เฒ่าร่างคลุมฉลององค์ยาวสีเขียวยืนอยู่เบื้องบนต้นไม้เขียวขจีที่สูงเสียดฟ้า สายตามองไปยังทิศทางของแผ่นดินใหญ่แดนกระบี่ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
“ข้าเห็นว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับแดนบรรพบุรุษหมื่นไม้อย่างเรา เพราะความขัดแย้งระหว่างแดนบรรพบุรุษหมื่นไม้กับแดนดาบนั้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที แถมความสัมพันธ์กับฝ่ายผู้พิทักษ์ก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
ตลอดมาเราต้องเผชิญแรงกดดันจากสองมหาอำนาจนี้เพียงลำพัง บัดนี้แดนกระบี่กลับแผดเผยพลังอันทรงฤทธิ์เช่นนี้ขึ้นมาโดยกะทันหัน ข้าเห็นว่าเราควรส่งคนไปเจรจาติดต่อกับแผ่นดินใหญ่แดนกระบี่ แล้วผนึกกำลังกันอย่างลับ ๆ
ยิ่งกว่านั้นแดนกระบี่กับแดนดาบก็เกลียดกันจมถึงเบื้องลึก ข้าเชื่อว่าแดนกระบี่ย่อมยินยอมจับมือกับเราลงมือกับแดนดาบแน่นอน”
ผู้เฒ่าอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกายเอ่ยขึ้น
“เราอาจส่งคนไปติดต่อกับแดนกระบี่อย่างลับ ๆ ได้ แต่ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด
เพราะแม้ตอนนี้เราจะมีความขัดแย้งมากมายกับสองมหาอำนาจคือแดนดาบฝ่ายดาบและฝ่ายผู้พิทักษ์ แต่ก็ยังไม่ได้ประกาศเป็นศัตรกันอย่างเปิดเผย
ดังนั้นเรากับแดนกระบี่จึงผนึกกำลังกันได้เพียงแต่ในความมืด ยังไม่อาจเปิดเผยต่อภายนอกได้ในชั่วนี้”
ผู้เฒ่าฉลององค์เขียวไตร่ตรองชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้น
“ก็ดี ข้าเข้าใจแล้ว บัดนี้ข้าจะส่งคนมุ่งหน้าสู่แดนกระบี่ทันที”
ผู้เฒ่าข้างกายพยักหน้า จากนั้นหันหลังจากไป
ช่วงเวลาเดียวกัน ภายในแดนดาบฝ่ายดาบ
“อะไรนะ?
สิงอู่ เจ้านำกองทัพไปแล้วกลับถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก เหลือเพียงเจ้าคนเดียวที่หนีกลับมา แถมจารึกมารดำแห่งดาบยังตกหล่นอยู่บนแผ่นดินใหญ่แดนกระบี่ด้วยงั้นรึ?
เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นกันแท้ แดนกระบี่มิใช่อำนาจที่ล่มสลายไปแล้วหรอกหรือ แผ่นดินนั้นเปลี่ยนเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว จะไปมีพลังน่าสะพรึงเช่นนี้ได้อย่างไร?
สิงอู่ เจ้านำเทพฮุ่นตุ้นไปมากมายนัก อย่าบอกนะว่าเทพฮุ่นตุ้นที่เจ้าพาไปตายหมดสิ้น?”
