"เพียงแต่ตอนนี้ สุดยอดขุมกำลังในจงโจว คงกำลังจับตามองข้าอย่างจดจ่อ
คิดว่าทันทีที่ข้าปรากฏตัว ยอดฝีมือของสุดยอดขุมกำลังพวกนั้น จะต้องเร่งรุดมาจัดการข้าอย่างเอาเป็นเอาตายเป็นแน่
ดังนั้น ข้าควรฝึกพันลักษณ์แปรเปลี่ยนให้ถึงขั้นที่สูงกว่านี้ แล้วจึงจากไป เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนโฉมและสถานะใหม่ ย่อมสะดวกขึ้นมาก"
เย่อวิ๋นเฟยคิดในใจ
ดังนั้นเย่อวิ๋นเฟยจึงอยู่ในหอเงามายาต่อ ฝึกฝนพันลักษณ์แปรเปลี่ยน
พันลักษณ์แปรเปลี่ยน เป็นวิชาแปลงโฉมขั้นสูงแขนงหนึ่ง ไม่เพียงแต่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์และรูปร่างได้เท่านั้น ยังสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายวิญญาณได้อีกด้วย
วิชาลับนี้ หากฝึกฝนจนถึงขั้นลึกซึ้ง หลังแปลงโฉมแล้วก็จะยากต่อการระบุตัวตน
กาลเวลาผ่านพ้นไปรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งปี
ครึ่งปีให้หลัง
เย่อวิ๋นเฟยได้ฝึกฝนพันลักษณ์แปรเปลี่ยนจนถึงขอบเขตที่สูงขึ้นอีกระดับ
"ตอนนี้หากข้าใช้พันลักษณ์แปรเปลี่ยน แม้แต่ยอดฝีมือในแดนถ้ำสวรรค์ขั้นหนึ่ง หรือแม้แต่แดนถ้ำสวรรค์ขั้นสอง ก็อาจจะดูไม่ออกเช่นกัน"
เย่อวิ๋นเฟยพึมพำกับตัวเอง ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ
จากนั้น เย่อวิ๋นเฟยก็ลุกขึ้นยืน ปิดฉากการฝึกฝนในครานี้
"ไปดูเจ้าพวกนั้นกัน ว่าฝึกฝนเป็นเช่นไรบ้าง"
เย่อวิ๋นเฟยแวบร่างไป มาถึงจุดที่อู๋เฮยซานและพรรคพวกกำลังฝึกฝน
"นายท่าน ท่านมาแล้ว!"
อู๋เฮยซานร้องออกมาด้วยความยินดีเป็นคนแรก
ไม่นาน เสี่ยวฮุ่ย เวินจื่อ ตู้กูหวน และอวี้ต้าหย่ง ก็หยุดฝึกแล้วเข้ามาหาเย่อวิ๋นเฟย
นับตามเวลาแล้ว ทั้งห้าคนที่ฝึกอยู่ในหอเงามายาเป็นเวลาถึงสี่ถึงห้าปี
เย่อวิ๋นเฟยกวาดสายตามองดูก็พบว่า เวินจื่อ ตู้กูหวน และเสี่ยวฮุ่ย ทั้งสามคนต่างมีพลังขั้นสร้างปราณปฐพีช่วงปลาย
อู๋เฮยซานอยู่ในขั้นสร้างปราณปฐพีช่วงกลาง
