ไม่นานนัก เย่อวิ๋นเฟยก็มาถึงผืนแผ่นดินแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายที่ปลิวว่อน ด้านหน้ามีร่องธารที่ไม่เป็นระเบียบเส้นหนึ่ง มองไปแตไกล ราวกับนกฟีนิกซ์ตัวหนึ่งนอนทอดตัวอยู่บนพื้นดิน นั่นคือดินแดนโลหิตนกฟีนิกซ์!
“ท่านผู้อาวุโส ข้ามาแล้ว ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร”
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ยขึ้น
“เจ้ายืนอยู่ที่ตำแหน่งหงอนฟีนิกซ์ แล้วใช้วิชาพินิจภูมิศาสตร์ ดึงเอาพลังปฐพีโดยรอบมาที่นี่ ข้าเองจะหาทางหลุดพ้นออกไปเอง”
เสียงของปฐพีจารย์ดังมาจากในร่องธาร
“ท่านลุง อย่าเข้าไปเลย ที่นี่อันตรายมาก!”
เด็กหญิงมองดูดินแดนโลหิตนกฟีนิกซ์เบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวง จึงรีบดึงแขนเสื้อของเย่อวิ๋นเฟย แล้วพูดเสียงเบา
“ข้าต้องเข้าไปช่วยท่านผู้อาวุโสท่านนั้น จำเป็นต้องเข้าไป
วางใจได้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
เจ้าอยู่ที่นี่รอข้าก่อน”
เย่อวิ๋นเฟยพูดกับเด็กหญิง
จากนั้นเย่อวิ๋นเฟยก็ก้าวเท้า เดินอย่างระมัดระวังไปยังตำแหน่งหงอนฟีนิกซ์
โลหิตนกฟีนิกซ์ ณ ตำแหน่งหงอนฟีนิกซ์ ยังมีหนทางรอดอยู่เส้นหนึ่ง
ดังนั้นเย่อวิ๋นเฟยจึงเดินไปจนถึงตำแหน่งหงอนฟีนิกซ์ ก็ไม่มีสิ่งอัปมงคลใดเกิดขึ้น
ต่อมา เย่อวิ๋นเฟยยกเท้าเหยียบลงเบา ๆ ใช้วิชาลี้ลับในศาสตร์พินิจภูมิศาสตร์ที่ใช้ดึงพลังปฐพี
ครืน ๆ ๆ ...
ทันใดนั้น ผืนแผ่นดินโดยรอบก็เริ่มสั่นไหวเบา ๆ พลังปฐพีที่หนาแน่นกลายเป็นมังกรธรณีตัวแล้วตัวเล่า บ้างก็พุ่งทะยานอยู่ใต้พื้นดิน บ้างก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินไหลทะลักมา
ไม่นาน ก็มีพลังปฐพีสีเหลืองจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ดินแดนโลหิตนกฟีนิกซ์อย่างไม่ขาดสาย
ครืน...
ดินแดนโลหิตนกฟีนิกซ์ราวกับโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ส่งเสียงคำรามก้องกังวานออกมา ราวกับมีนกฟีนิกซ์ตัวหนึ่งกำลังพิโรธ
“ฮ่า ๆ ...
เดรัจฉานเอ๋ย เจ้าขังข้าไว้นานขนาดนี้ วันนี้คือวันที่ข้าหลุดพ้น!”
เสียงหัวเราะของปฐพีจารย์ดังขึ้น
ชั่วอึดใจถัดมา พลังปฐพีสีเหลืองที่หลั่งไหลเข้ามาในดินแดนโลหิตนกฟีนิกซ์ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอสูรร้ายนานาชนิด พยายามทำลายภูมิประเทศนี้อย่างสุดกำลัง
