การต่อสู้บนเวทีประลองดุเดือดอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับการแข่งขันครั้งนี้ และทุ่มกำลังทั้งหมดออกมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เชียนลี่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
“เชียนลี่ เจ้าพ่ายแล้ว”
คู่ต่อสู้ของเชียนลี่เป็นเด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง ดูบอบบางเล็กน้อย นางเอ่ยขึ้นกะทันหัน
ทันใดนั้น ขนสีขาวบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลก็พุ่งออกมาจากร่างนาง ประหนึ่งหัวลูกศรสีขาวนับร้อยล้านดอก ทะยานเข้าใส่เชียนลี่อย่างรวดเร็ว
เชียนลี่ตกใจอย่างยิ่ง ถูกบีบให้ถอยร่นอย่างต่อเนื่อง จวนเจียนจะหลุดออกจากขอบเขตเวทีประลองอยู่แล้ว
ทว่าในขณะที่ทุกคนคิดว่าเชียนลี่กำลังจะพ่ายแพ้ สีหน้าของเด็กสาวรูปร่างเพรียวบางพลันแปรเปลี่ยน จากนั้นทุกคนก็เห็นเชียนลี่เริ่มโต้กลับ เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็เล่นงานคู่ต่อสู้จนไร้เรี่ยวแรงตอบโต้
สุดท้ายเสียงปังดังขึ้น เด็กสาวรูปร่างเพรียวบางถูกเชียนลี่ซัดฝ่ามือเดียวจนกระเด็นออกไปนอกเวทีประลอง
“เป็นไปได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน ผู้ชมการแข่งขันทุกคนต่างตะลึงงัน ไม่กล้าเชื่อสายตาตนเอง
มีเพียงเย่อวิ๋นเฟยที่สีหน้าหม่นคล้ำ สายตาจับจ้องไปยังผู้อาวุโสเผ่าเหมียวคนหนึ่งซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ
เมื่อครู่เย่อวิ๋นเฟยสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ตอนเชียนลี่ใกล้พ่ายแพ้ ผู้อาวุโสเผ่าเหมียวผู้นี้ปลดปล่อยพลังประหลาดจากระยะไกลเข้าโจมตีทะเลวิญญาณและร่างวิญญาณของเด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง
พลังประหลาดที่ผู้อาวุโสเผ่าเหมียวปล่อยออกมานั้นหายวับไปในพริบตา แทบไม่อาจสัมผัสได้
เย่อวิ๋นเฟยต้องอาศัยพลังวิญญาณของทาสทั้งหมด พลังวิญญาณจากวังวิญญาณทั้งสามแห่ง รวมถึงพลังวิญญาณของตนเอง แล้วใช้เคล็ดวิชารับรู้ชั้นสูงสุดของเผ่าวิญญาณในยุคโบราณ อีกทั้งยังอาศัยพลังจิตใจช่วยเสริม จึงพอจะจับสังเกตการกระทำอันลึกลับของผู้อาวุโสเผ่าเหมียวผู้นี้ได้
ในสนามประลอง นอกจากเย่อวิ๋นเฟยแล้ว ก็มีเพียงผู้อาวุโสฮุ่นที่สังเกตเห็นการกระทำของผู้อาวุโสเผ่าเหมียวผู้นั้นเช่นกัน
