“หึหึ ท่านผู้อาวุโสฟาง สถาบันพิทักษ์วิถีของพวกท่านนั้นกิตติศัพท์ลือเลื่องไปทั่วทวีปเทียนเสวียน เพียงแต่ข้าดูแล้ว ศิษย์ที่ท่านนำมาในครานี้ คุณภาพดูจะงั้น ๆ เท่านั้นเอง
หรือว่า สถาบันพิทักษ์วิถีของพวกท่าน ดูแคลนแดนลับเหมืองผลึก จึงส่งศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องได้ราวมาอย่างขอไปทีกระนั้น?
อีกอย่างหนึ่ง หรือว่าศิษย์ของสถาบันพิทักษ์วิถีพวกท่าน ระดับฝีมือโดยรวมก็เป็นเช่นนี้แล้วหรือ?”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเรียบเย็นแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นในบริเวณนี้ สะเทือนฟ้าดิน
เห็นเพียงในหมู่ขบวนของสำนักเทพวายุ บุรุษวัยกลางคนอายุราวสามสิบห้าปีผู้หนึ่ง สวมอาภรณ์สีทอง รอบร่างแผ่ไอพลังกดดันสะกดจิตวิญญาณเป็นระลอก ลอยอยู่กลางอากาศ
ผู้ที่เอ่ยวาจา ก็คือเขานั่นเอง
เบื้องหลังเขา มีศิษย์สำนักเทพวายุสี่ร้อยถึงห้าร้อยคน ทอดสายตามองเหล่าศิษย์สถาบันพิทักษ์วิถีด้วยแววตายั่วยุ
ที่จริงแล้ว สถาบันพิทักษ์วิถี สำนักเทพวายุ และสำนักเทียนเหยียน สามขุมกำลังนี้ มีเรื่องขัดแย้งกันมานานเนื่องด้วยการรับศิษย์
สามขุมกำลังนี้ล้วนเป็นขุมกำลังชั้นยอดของจงโจว
ต่างก็เปิดรับศิษย์จากทั่วจงโจว
ในระหว่างกระบวนการรับศิษย์ มักจะเกิดการกระทบกระทั่งเพื่อแย่งชิงอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งอายุน้อยที่มีพรสวรรค์สูง
ดังนั้น สามขุมกำลังยอดเยี่ยมนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ขอเพียงมีโอกาสเพียงน้อยนิด ก็จะทำการช่วงชิงแข่งขันกันทั้งเปิดเผยและลับหลังตลอดมา
“ท่านผู้อาวุโสซี ฟังจากน้ำคำของท่านแล้ว ศิษย์ที่สำนักเทพวายุของท่านส่งมานั้น คุณภาพดีมากหรือ?
ข้ากลับรู้สึกว่า ศิษย์ที่สำนักเทพวายุพวกท่านส่งมาเหล่านี้ ล้วนแต่ฝีมือต่ำต้อยนัก
หรือว่า ศิษย์ที่ดูฝีมือต่ำต้อยเหล่านี้ ก็คือศิษย์ยอดเยี่ยมของสำนักเทพวายุพวกท่านแล้ว?”
