ณ เวลานี้ อูว่าง โจวเหย่ และอู๋เทียนยวี่ สามคนกำลังปรึกษาหารือกัน
“พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
“จะออกจากสมรภูมิแห่งนี้ หรือจะย้อนกลับไปตามหาอวิ๋นเสี่ยวเฉวียนกับพี่เย่สองคนนั้น?”
อูว่างเอ่ยขึ้น
“พวกเจ้าสองคนตัดสินใจเถอะ ข้าตามไปก็แล้วกัน”
โจวเหย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากขึ้น
“พี่อู๋ ความคิดของเจ้าเป็นเช่นไร?”
อูว่างมองไปทางอู๋เทียนยวี่
“สมรภูมิโบราณแห่งนี้ สำหรับพวกเราแล้ว อันตรายเกินไป”
อู๋เทียนยวี่กล่าว
“ความหมายของเจ้าก็คือ พวกเราจะออกจากสมรภูมิโบราณแห่งนี้?”
อูว่างถามขึ้น
“แต่พวกเราห้าคนเป็นกลุ่มเดียวกัน ณ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในอันตราย ดูเหมือนพวกเราไม่ควรจะจากไปเช่นนี้
พี่อู๋ ยังไงก็ให้เจ้าตัดสินใจเถิด”
อู๋เทียนยวี่เอ่ย
“ข้าก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี ...”
อูว่างกล่าว
“สำหรับตัวข้าเอง ข้าตั้งใจจะย้อนกลับไปตามหาสองคนนั้น แต่หากลากพวกเจ้าสองคนไปด้วย เกรงว่า หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ...”
อูว่างยังคงลังเลใจไม่เด็ดขาด
“พี่อู๋ หากเจ้าไม่กลัว ข้าก็ไม่กลัวเหมือนกัน!”
โจวเหย่กล่าว
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน”
อู๋เทียนยวี่พยักหน้า
ขณะนั้นเอง
วี้ด วี้ด วี้ด!
ผู้อาวุโสสามคนปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทำเอาอูว่างสามคนตกใจ
ที่นี่คือสมรภูมิโบราณอันห่างไกลผู้คน ทันใดนั้นมีคนเป็น ๆ โผล่มาสามคน ช่างดูผิดปกติยิ่งนัก
“เจ้าสามคน คงเป็นศิษย์รุ่นหลังของฝ่ายแห่งแสงสว่างสินะ”
ผู้อาวุโสชุดเหลืองคนหนึ่งสายตามองสำรวจอูว่างสามคน แล้วเอ่ยถามขึ้น
“ถูกต้อง ท่านผู้อาวุโส พวกเราสามคนล้วนเป็นสมาชิกของฝ่ายแห่งแสงสว่าง!”
อูว่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้อาวุโสทั้งสาม รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง เกิดความดีใจขึ้นมาทันใด จึงก้าวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยปาก
