“ดูสิ!
มีคนออกมาแล้ว!”
ทันใดนั้น มีคนร้องตะโกน
ทันใดนั้น ทุกสายตาจับจ้องไปยังทางเข้าออก
เป็นจริงดังว่า เงาร่างหนึ่งกำลังวิ่งออกมาจากด้านใน
“เตรียมลงมือ!”
“รีบจับตัวเย่อวิ๋นเฟย!”
……
กำลังพลของทุกขุมกำลังเตรียมลงมือ
ในที่สุด คนด้านในก็พุ่งออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว วิ่งจนหอบหายใจถี่ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
“ไม่ใช่!
เขาเป็นศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียน!
ทุกคนอย่าเพิ่งลงมือ!”
ผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนร้องตะโกน
คนที่วิ่งออกจากหุบเขาวิบัติก็คือศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนที่ถูกเย่อวิ๋นเฟยไว้ชีวิตเมื่อครู่
“เซี่ยจง เหตุใดเจ้าจึงมีท่าทีแตกตื่น?
เย่อวิ๋นเฟยเล่า เมื่อครู่พวกเจ้าไม่ได้ส่งข่าวว่าเย่อวิ๋นเฟยปรากฏตัวแล้วหรือ?”
ผู้อาวุโสดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนเข้าไปถามศิษย์ผู้นี้
“ผู้อาวุโส เย่อวิ๋นเฟย…ปรากฏตัวแล้วจริง ๆ เขา…”
ศิษย์ผู้นี้รอดตายมาได้ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งหนีออกมา ยามนี้ยังหอบหายใจแรง
ในขณะนั้นเอง
“ข้าอยู่ที่นี่”
ทันใดนั้น เสียงเยือกเย็นสายหนึ่งดังออกมาจากหุบเขาวิบัติ
ทุกคนหันกลับไปด้วยความตกใจ เห็นเพียงชายหนุ่มผู้หนึ่งเอามือไพล่หลัง ใบหน้าสงบนิ่งก้าวออกมาจากด้านในทีละก้าว
คือเย่อวิ๋นเฟย!
นอกหุบเขาวิบัติ กำลังพลของขุมกำลังต่าง ๆ ตั้งขบวนมั่น แรงอัดดันของพลังที่ปลดปล่อยออกมา ประดุจเฮอริเคนคำรามก้องในฟ้าดิน ฟ้าสั่นดินสะเทือน เมฆลมแปรเปลี่ยน
ยังมีค่ายผนึกนภาจำนวนมากถูกกระตุ้น ปรากฏขึ้นทีละค่าย ปิดกั้นฟ้าดินผืนนี้แน่นหนา
เผชิญหน้ากับขบวนรบเช่นนี้ เย่อวิ๋นเฟยกลับมีแววตาสงบ ใบหน้าเย็นชา
เย่อวิ๋นเฟยสังหารมาจนถึงที่นี่ ภาพกองทัพนับหมื่นนับพันเคยเห็นมามาก
ตราบใดที่พลังมากพอ ก็ไม่ยี่หระสิ่งใด!
“เป็นเย่อวิ๋นเฟยจริง ๆ!
