เมื่อเผชิญกับผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์ถึงสี่คน เย่อวิ๋นเฟยย่อมไม่มีทางคิดที่จะต่อกรตรง ๆ เขากระตุ้นเสื้อคลุมเทียนอิ่งในทันทีหมายจะหลบหนีเข้าไปในมิติ
เพียงแต่ว่า ผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์ทั้งสี่คนนี้ เห็นได้ชัดว่าเตรียมการมาก่อนแล้ว
"ปิดผนึกมิติก่อน ขัดขวางไม่ให้เขาล่องหน!"
หนึ่งในผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์เปล่งเสียงดุดันออกคำสั่ง
ครืน……
แรงกดดันจากปราณวิญญาณที่ดุจคลื่นยักษ์ซัดสาดสี่สาย ได้กรูเกรี้ยวคำรามไปทั่วฟ้าดินผืนนี้ ประหนึ่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์สี่ลูก ถ่วงทับลงบนร่างของเย่อวิ๋นเฟยอย่างหนักหน่วง
ในเวลาเดียวกัน
ฟิ้ว……
ธงค่ายกลผืนแล้วผืนเล่า ลอยละล่องออกจากมือของผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์ทั้งสี่ หลอมรวมเข้าไปในมิติโดยรอบไม่หยุดหย่อน
ธงค่ายกลเหล่านี้ล้วนมีหน้าที่เดียวกัน นั่นก็คือ ทำการปิดผนึกมิติแห่งนี้
เย่อวิ๋นเฟยพยายามอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถหลบเข้าไปในมิติได้สำเร็จ
เย่อวิ๋นเฟยได้แต่ถอนหายใจอยู่ในใจ
หาใช่ว่าเสื้อคลุมเทียนอิ่งไม่ดี กลับเป็นเพราะพลังของตนในตอนนี้ยังอ่อนด้อยนัก เมื่อตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จึงไร้ความสามารถพอจะปลุกเสื้อคลุมเทียนอิ่งเพื่อทลายมิติ
สภาพการณ์เช่นนี้ เมื่อครั้งยังอยู่ที่แถบตะวันออกก็เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว
ตอนนั้นผู้บรรลุขั้นรวมจิตแท้แปดคน ได้ปลุกศาสตราเทพถึงสามชิ้นเพื่อขัดขวางไม่ให้เย่อวิ๋นเฟยหลบเข้าไปในมิติ
"ไอ้เด็กเวร วันนี้เจ้าอย่าหวังจะหนีรอดไปได้"
หนึ่งในผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์ จ้องมองเย่อวิ๋นเฟยด้วยแววตายียวน
บนใบหน้าของผู้แข็งแกร่งแดนถ้ำสวรรค์ทั้งสี่ ต่างมีแผ่นผ้าปิดหน้าที่เกิดจากการรวมตัวของปราณวิญญาณปกคลุมอยู่ หลากสีสันเปล่งประกายแวววาว ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง
