ในขณะนั้น ณ จุดศูนย์กลางของเมือง บนไหล่เขาแห่งหนึ่ง สายตาของเย่อวิ๋นเฟยจับจ้องไปยังเด็กชายน้อยน่ารักและอสรพิษขาวยาวเบื้องหน้าในสวนสมุนไพร
“นายท่าน เหตุใดยังรั้งรอ รีบไปจับสมุนไพรครึ่งเทพต้นนั้นเถิดขอรับ!”
หูเมี่ยวร้องเร้าอย่างตื่นเต้น
ฟิ้ว!
จู่ๆ หนอนไหมมังกรเขาทองก็พุ่งตัวออกไปยังสวนสมุนไพรเบื้องหน้า
“เจ้าหนอนตัวเหม็น อย่ากินนะ นั่นเป็นสิ่งล้ำค่าประมาณมิได้!”
หูเมี่ยวเร่งเอ่ย
หึ่ง...
ทันใดนั้น ภายในสวนสมุนไพรพลันปรากฏม่านแสงเจิดจ้าขึ้น
ตู้ม!
หนอนไหมมังกรเขาทองพุ่งชนม่านแสงนั้นเข้าเต็มแรง ถูกดีดกระเด็นถอยกลับมา
“แท้จริงมีกระบวนค่ายกล!”
ผู้คนล้วนสะดุ้ง
“นั่นมิใช่สมุนไพรครึ่งเทพ
พวกมันคือเผ่าสมุนไพรเทวะ”
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ย
“เผ่าสมุนไพรเทวะ?”
คนรอบข้างล้วนชะงัก
“ไม่ผิด
เผ่าสมุนไพรเทวะ เป็นเผ่าพันธุ์พิเศษในหมู่สมุนไพร
สมาชิกของเผ่าสมุนไพรเทวะ เมื่อเติบใหญ่ถึงระดับหนึ่งจะก่อเกิดจิตวิญญาณ ทั้งยังออกจากผืนดินที่อาศัยไปเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ทุกหนแห่ง ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิต”
เย่อวิ๋นเฟยกล่าว
“บนโลกนี้ยังมีสมุนไพรเช่นนี้ด้วย!”
หวงซางก็เป็นนักโอสถผู้หนึ่ง แต่กลับไม่เคยได้ยินถึงเผ่าสมุนไพรเทวะมาก่อน รู้สึกตื่นตะลึงยิ่ง
เหล่าศิษย์จากสถาบันเทียนเต้ายิ่งฟังจนงงเป็นไก่ตาแตก
“นายท่าน เผ่าสมุนไพรเทวะก็วางค่ายกลได้ด้วยหรือ?”
หูเมี่ยวถาม
“เผ่าสมุนไพรเทวะที่เคลื่อนไหวได้อย่างเสรีเหล่านี้ มีจิตวิญญาณไม่ต่างจากมนุษย์ หรืออาจเฉลียวฉลาดกว่าเสียอีก ดังนั้นจึงวางค่ายกลได้ มิใช่เรื่องประหลาด
อีกทั้ง เผ่าสมุนไพรเทวะยังเชี่ยวชาญการแปลงกาย สามารถแปรเปลี่ยนเป็นรูปโฉมต่าง ๆ ได้นานัปการ
พวกเจ้าดูเด็กชายน้อยกับอสรพิษขาวนั่น แท้จริงแปรเปลี่ยนมาจากสมุนไพรเทวะสองต้น”
เย่อวิ๋นเฟยกล่าว
“อัศจรรย์นัก!
กล่าวเช่นนี้ ในแดนเทพดับสูญที่มีข่าวลือว่ามีสมุนไพรครึ่งเทพมาโดยตลอด ที่แท้ก็คือสมุนไพรเทวะสองต้นนี้ออกเที่ยวเล่นด้วยกัน แล้วถูกผู้อื่นพบเห็น เข้าใจผิดว่าเป็นสมุนไพรครึ่งเทพนี่เอง”
