“พี่ชิงลั่ว ท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่?”
ยามนั้น พลังต้นกำเนิดแห่งชางหวงมาถึง เดินเข้าไปใกล้ซูชิงลั่ว แล้วถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“น่าสนใจ พลังต้นกำเนิดของโลกหนึ่งให้กำเนิดเจตจำนงขึ้นมาได้
โลกชั้นต่ำเช่นนี้ก็ให้กำเนิดเจตจำนงแห่งโลกขึ้นมาได้ด้วย นับว่าหาได้ยากนัก”
ซูชิงลั่วมองสำรวจพลังต้นกำเนิดแห่งชางหวง พลางเอ่ยด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“พี่ชิงลั่ว ท่านพูดว่าอะไร?”
สัมผัสการรับรู้ของพลังต้นกำเนิดแห่งชางหวงแข็งแกร่งเพียงใด เนื่องจากท้องนภาระบบดาวนี้กระทั่งโลกทั้งใบล้วนอยู่ในความควบคุมของนาง จึงสัมผัสได้ทันทีว่าอาการของซูชิงลั่วผิดปกติไป ฝีเท้าหยุดชะงัก จ้องมองซูชิงลั่วแล้วถาม
“เจตจำนงแห่งโลกคือพลังงานต้นกำเนิดที่สุดบริสุทธิ์ของโลกหนึ่งหล่อหลอมรวมกัน หากกลืนกินนางเข้าไป ย่อมเป็นคุณอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูอาการของข้า
แต่...”
ซูชิงลั่วมองพลังต้นกำเนิดแห่งชางหวง ใบหน้างดงามเผยสีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่แน่นอน
“ช่างเถิด ข้ากับนางก็เคยข้องเกี่ยวกันมาก่อน”
ที่สุด ซูชิงลั่วก็ข่มความคิดที่จะกลืนกินพลังต้นกำเนิดแห่งชางหวงลงได้อย่างยากลำบาก
“พี่ชิงลั่ว ท่านคิดจะกลืนกินข้ากระนั้นหรือ?
ไม่ถูก ท่านดูเหมือนไม่ใช้พี่ชิงลั่ว ท่านเป็นใครกันแน่ ท่านแย่งชิงร่างของพี่ชิงลั่วไปใช่หรือไม่!”
พลังต้นกำเนิดแห่งชางหวงสัมผัสได้ถึงอันตราย ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว จ้องมองซูชิงลั่ว พลางเอ่ยอย่างระแวดระวัง
“เจ้าควรอยู่ให้ห่างจากข้าไว้จะดีกว่า”
ซูชิงลั่วเอ่ยเย็นชา จากนั้นสายตานางก็หันไปทางร่างแยกของเย่อวิ๋นเฟยอีกครั้ง
“ไม่ได้ ข้าไม่สามารถทิ้งเศษเวรกรรมนี้ไว้ในโลกมนุษย์ได้ ต้องตัดมันทิ้งให้ขาด!”
เสียงหายลง มือเรียวงามของซูชิงลั่วยกขึ้น ฟันลงกลางอากาศไปทางเย่อวิ๋นเฟย
เคร้ง เคร้ง...
ระหว่างซูชิงลั่วกับเย่อวิ๋นเฟย จู่ ๆ ก็ปรากฏเส้นสายเลือนรางหลายเส้นขึ้น เชื่อมโยงกันและกัน ฝ่ามือของซูชิงลั่วฟันลงบนเส้นสายเหล่านี้ ทำให้เส้นสายเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
