ทันทีที่ลู่หยางพูดจบ บรรยากาศโดยรอบก็เงียบกริบไปทั้งบริเวณ
จากนั้นเสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้น “ฮ่า ๆ… ตลกชะมัด มีคนกล้าข่มขู่พวกเราสามคนด้วย!”
“ฮ่า ๆ… ฉันก็ว่าตลกเหมือนกัน ชาวนาตัวน้อยนี่โดนประตูหนีบหัวจนสมองมีปัญหาไปแล้วหรือไง?”
“นี่ ชาวนาตัวน้อย แกคิดจะให้พวกเราคุกเข่าตบหน้าตัวเอง แล้วร้องขอชีวิตอย่างว่างั้นเหรอ แกคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์สั่งพวกเราแบบนั้นหรือไง?”
พี่เต้า กู่เฟิง และพี่เจียง ทั้งสามชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของลู่หยาง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคำพูดนั้นมุ่งมาที่พวกเขา
ทันใดนั้นทั้งสามก็รู้สึกว่ามันน่าขันจริง ๆ คิดว่าชาวนาตัวน้อยอย่างลู่หยางคงสมองทึบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจะพูดมุกตลกแห่งปีที่ขำที่สุดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร
ลู่หยางมองทั้งสามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คำพูดของฉันตลกขนาดนั้นเลยหรือ?”
เมื่อเห็นว่าลู่หยางไม่ได้เสแสร้ง กู่เฟิงก็เดือดดาลจนคำรามลั่น “นี่ ชาวนาตัวน้อย แกจะทำท่าอวดเก่งไปเพื่ออะไร!”
“วันนี้ฉันจะทำให้แกรู้เองว่า ผลลัพธ์ของการมาอวดเบ่งต่อหน้าพวกเรามันน่าสังเวชแค่ไหน!”
สิ้นเสียง!
กู่เฟิงเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลาของลู่หยางอย่างเหี้ยมเกรียม
เพียะ!
ทว่าผลลัพธ์กลับเกินกว่าที่เขาคาดคิดไปมาก
ฝ่ามือของเขายังไม่ทันฟาดโดนอีกฝ่าย จู่ ๆ สายตาก็พร่ามัวไปเสียก่อน จากนั้นแก้มซ้ายของเขาก็ถูกลู่หยางตบด้วยฝ่ามือใหญ่ที่ออกทีหลังแต่ถึงก่อน จนร่างพลิกคว่ำลงกับพื้น
