จางจวินขี้เกียจเถียงกับเธออีก
เขาหยิบกระดาษห่อลูกอมแผ่นสุดท้ายใส่ถุงพลาสติก ไม่แม้แต่จะมองติงหลาน แล้วหมุนตัวเดินจากไป
“นาย…” ติงหลานมองแผ่นหลังของจางจวินที่เดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ท่วงท่าที่มั่นใจราวกับว่าในมือมีสมบัติล้ำค่าอยู่จริง ๆ นั้น ทำให้ความรู้สึกเยาะเย้ยและความแน่ใจในใจของเธอสั่นคลอนขึ้นมาอย่างประหลาด แต่แล้วก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความไม่ยอมแพ้ที่มากขึ้น
“ดี! ดีจริง ๆ นะจางจวิน! ฉันจะดูว่านายจะเสแสร้งไปได้อีกนานแค่ไหน! เอาขยะมาเป็นสมบัติ ฉันจะดูว่านายจะขายได้ราคาฟ้าเท่าไหร่!” เธอกัดฟัน แล้วก็เดินตามไปด้วยส้นสูงอย่างไม่รู้ตัว
จางจวินมาถึงห้องน้ำสาธารณะใกล้ ๆ อย่างรวดเร็ว และไม่สนใจติงหลานที่ตามมาเลย
เขาเปิดก๊อกน้ำ บีบสบู่ล้างมือออกมา ใส่กระดาษห่อลูกอมสีทองที่เปื้อนคราบสกปรกจำนวนมากลงในน้ำ แล้วค่อย ๆ ขัดถู
เมื่อคราบสกปรกจางหายไป สีที่แท้จริงของกระดาษห่อก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมา—เป็นสีทองที่อบอุ่น สงบนิ่ง และมีประกายแวววาวแบบเฉพาะ ไม่เหมือนกับกระดาษห่อสีทองหรือฟอยล์อลูมิเนียมใด ๆ ที่เขาเคยเห็นมาก่อน!
ประกายนั้นไม่แสบตา แต่หนาหนักแน่น ราวกับสะสมกาลเวลาเอาไว้
เขาค่อย ๆ วางมันลงบนกระดาษทิชชู่สะอาดที่พกมา เพื่อซับน้ำ
ถึงแม้จะยังเต็มไปด้วยรอยยับย่น แต่แผ่นทองบาง ๆ ที่คลี่ออกทีละแผ่นนั้น ก็เปล่งประกายทองอร่าม เนื้อสัมผัสพิเศษไม่เหมือนใคร
แค่มองดู ก็ให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคงแบบโลหะมีค่า
ความชอบทองของมนุษย์นั้นฝังอยู่ในพันธุกรรม!
ดังนั้น จางจวินจึงรู้สึกตื่นเต้นและชอบอย่างประหลาด มือสั่นเล็กน้อย
ติงหลานที่ยืนกอดอกดูอยู่เงียบ ๆ มาตลอด ตอนนี้รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าก็ลดลงโดยไม่รู้ตัว
กระดาษห่อลูกอมที่ล้างสะอาดเหล่านี้ มองยังไง... ก็ไม่เหมือนกระดาษย้อมสีอุตสาหกรรมทั่วไปหรือฟอยล์อลูมิเนียมราคาถูก
สีสันและเนื้อสัมผัสนั้น... ความคิดหนึ่งที่ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไร้สาระสิ้นดี ก็ผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
หรือว่า... กระดาษห่อพวกนี้ ทำจากทองคำจริง ๆ?
ไม่ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! ใครจะเอาทองคำมาทำกระดาษห่อลูกอม? แล้วยังมีหลายแผ่นขนาดนี้? ครอบครัวแบบไหนกัน ถึงได้ทำอะไรฟุ่มเฟือยใกล้เคียงกับความโง่เขลาแบบนี้?
อีกอย่าง ถึงจะเป็นทองคำจริง แล้วจะทิ้งทำไม?
มาอยู่ในกองขยะสกปรก ให้คนอย่างจางจวินเก็บได้?
ดังนั้น มันต้องเป็นกระดาษเทคนิคพิเศษบางอย่าง แค่ดูเหมือนทองคำเท่านั้นแหละ
ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่!
จางจวินเก็บกระดาษห่อลูกอมกลับเข้าที่ หิ้วถุงเดินออกจากห้องน้ำสาธารณะ มุ่งไปยังร้านทองใกล้ ๆ
ติงหลานกัดริมฝีปาก ความสงสัย ความอยากรู้ และความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้บางอย่างในใจ ผลักดันให้เธอเดินตามต่อไป
“เธอตามฉันมาทำไม? เธอไม่ใช่ต้องไปเดทกับกงเหว่ยหรือไง?”
ในที่สุดจางจวินก็หมดความอดทน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“แล้วนายมายุ่งอะไร? นายมันไอ้หนุ่มจน ๆ เก็บขยะของนายไปเถอะ”
ติงหลานหัวเราะเยาะ
“ขยะ? ฮ่า ๆ...”
จางจวินหัวเราะเย็น ไม่สนใจเธออีก แล้วเดินตรงเข้าไปในร้านทอง “โจวต้าเซิง” ที่มีป้ายไฟสว่างไสว
ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหรา มีเครื่องประดับทองคำนานาชนิด แสบตาจนแทบพร่าพราย
ตามสัมผัสของจางจวิน ความรู้สึกสมบัติเชื่อมต่อกันเป็นผืน หนาแน่นถึงขีดสุด
“ฟิ้ว ไอ้หนุ่มจน ๆ อย่างนายคงไม่ใช่คิดว่ากระดาษห่อลูกอมเป็นทองคำจริง ๆ แล้วจะเอามาขายหรอกนะ?”
ติงหลานหัวเราะเยาะ เดินตามเข้าไป
เธอถึงขั้นคิดไว้แล้วว่า เมื่อพนักงานร้านทองตรวจสอบแล้ว มันก็แค่ “กระดาษทอง” ที่ไม่มีค่าอะไร เธอจะใช้คำพูดที่เชือดเฉือนที่สุด เยาะเย้ยแฟนเก่าที่ไม่เจียมตัวและคิดฝันกลางวันคนนี้อย่างไร
ดูซิว่าใครกันแน่ที่ตาถั่ว?
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ต้องการดูเครื่องประดับอะไรดีคะ?” พนักงานสาวใส่รอยยิ้มแบบมืออาชีพ เข้ามาต้อนรับพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ
“ช่วยดูพวกนี้ให้หน่อย... กระดาษห่อลูกอมนะครับ ผมสงสัยว่ามันอาจจะทำจากทองคำ”
จางจวินหยิบกระดาษห่อลูกอมจากถุงพลาสติกออกมา วางบนเคาน์เตอร์
“กระดาษห่อลูกอม? ทำจากทองคำ?” พนักงานสาวชะงักไปชัดเจน รอยยิ้มแบบมืออาชีพเกือบจะค้างไม่อยู่ ในแววตาฉายแววไม่อยากเชื่อและความสงสัยเล็กน้อย
คนมาขายเครื่องประดับทองมีให้เห็นบ่อย แต่คนมาขายกระดาษห่อทองคำ เธอทำงานมาหลายปีก็เพิ่งเคยเจอครั้งแรก
เด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ใช่มีปัญหาทางสมอง คิดฝันกลางวันหรอกนะ?
แต่เธอก็ยังรักษามารยาทพื้นฐานไว้ได้ หยิบกระดาษห่อลูกอมขึ้นมาแผ่นหนึ่งอย่างระมัดระวัง น้ำหนักพอดีมือ ผิดกับที่คิดไว้ตอนแรกว่าจะเบาโหวง
เธอใช้นิ้วคลึงสัมผัสเนื้อกระดาษก่อน จากนั้นก็ส่องดูพื้นผิวและประกายของกระดาษอย่างละเอียดใต้แสงไฟบนเพดาน ถึงขั้นใช้เล็บขูดเบา ๆ ตรงขอบที่ไม่เด่น
สีหน้าของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจ และจากตกใจเป็นเคร่งขรึม
ติงหลานที่ยืนกอดอกเตรียมดูเรื่องขำขัน ก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
หรือว่า... เศษกระดาษพวกนั้น มันมีอะไรแปลก ๆ จริง ๆ?
ความแน่ใจในใจของเธอเริ่มสั่นคลอน อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ ๆ
พนักงานไม่พูดอะไร หยิบเบ้าหลอมเซรามิกสีขาวเล็ก ๆ ขึ้นมา ใช้คีมคีบกระดาษห่อลูกอมแผ่นหนึ่งใสในเบ้าหลอม
จากนั้น เธอก็จุดไฟพ่น เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มเลียแผ่นกระดาษสีทองนั้นอย่างเงียบ ๆ
กระดาษห่อลูกอมม้วนตัวและนิ่มลงอย่างรวดเร็วภายใต้อุณหภูมิสูง คราบน้ำตาลและสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่เล็กน้อยบนพื้นผิวกลายเป็นควันเขียว ส่วนเนื้อกระดาษเองก็หลอมละลายอย่างรวดเร็ว รวมตัวกันเป็นหยดของเหลวกลมมนสีแดงทองดุจแสงอาทิตย์เหลว หยดนั้นค่อย ๆ กลิ้งไปมาที่ก้นเบ้าหลอมสีขาวสะอาด แสงเปล่งประกายบริสุทธิ์เจิดจ้า ไม่มีสีอื่นหรือฟองอากาศเจือปนเลยแม้แต่น้อย!
“เป็นทองคำแท้ค่ะ!” เธอปิดไฟพ่น น้ำเสียงแฝงความตื่นเต้นที่กดไว้ไม่อยู่ “ความบริสุทธิ์สูงมาก! อย่างน้อยก็ 995 ขึ้นไป! ฝีมือนี้... เป็นแผ่นทองคำโบราณที่ผ่านการตีด้วยมือนับพันนับหมื่นครั้ง บางราวปีกจักจั่น เรียบเสมอกันดั่งผิวกระจก สมัยนี้แทบจะหาฝีมือแบบนี้ไม่ได้แล้ว!”
จางจวินรู้สึกเหมือนหินก้อนใหญ่ในใจหล่นลงพื้น ความดีใจอย่างล้นเหลือพลุ่งพล่านอยู่ในอกเหมือนแมกม่า เขาถามอย่างมีความหวังว่า “คุณดูหน่อยครับ... พวกนี้ราคาเท่าไหร่?”
“กระดาษห่อทองคำแต่ละแผ่นใช้วัตถุดิบบางมาก... โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละแผ่นมีปริมาณทองคำประมาณ 0.5 กรัม ที่นี่มีทั้งหมด... 200 แผ่น น้ำหนักรวมน่าจะ 100 กรัม”
พนักงานพูดจบก็ชั่งน้ำหนักตรวจสอบถูกต้อง แล้วพูดต่อว่า “100 กรัมจริง ๆ ด้วยค่ะ ราคารับซื้อคืนตามราคาทองคำโลกวันนี้คือกรัมละ 1000 หยวน รวมเป็นมูลค่า 100,000 หยวน”
“หนึ่งแสน?!” แม้จะคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว แต่เมื่อได้ยินตัวเลขมหาศาลนี้ จางจวินก็ยังรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรง หัวใจเต้นรัวราวกับกลอง
เขาแค่เดินวนในกองขยะรอบเดียว ก็ได้กำไรเน้น ๆ หนึ่งแสน!
ยังไม่นับเงินสดอีกร้อยหยวน!
ส่วนติงหลานที่อยู่ข้าง ๆ พอพนักงานสาวพูดว่า “เป็นทองคำแท้” ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
เมื่อได้ยินตัวเลข “หนึ่งแสน” เธอรู้สึกเพียงแค่ว่ามีเสียงอื้อในหู ตาพร่ามัว ขาอ่อน แทบยืนไม่อยู่
หนึ่งแสน! ตั้งหนึ่งแสน!
เธอทำงานเป็นเสมียนในบริษัทเล็ก ๆ นั้น ลำบากยากแค้น คอยระวังสายตาคน สามปีไม่กินไม่ใช้ก็ยังเก็บเงินได้ไม่เท่านี้!
ส่วนจางจวิน แฟนเก่าที่เธอรังเกียจว่าจน ไม่มีอนาคต และทิ้งไปอย่างเด็ดขาด กลับต่อหน้าต่อตาเธอ เก็บทองคำมูลค่าหนึ่งแสนได้จากกองขยะ?
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยาอย่างแรง ถึงกับตาแดง
คำดูถูกเหยียดหยามที่เธอเคยมีให้เขาเมื่อก่อน ตอนนี้ราวกับกลายเป็นฝ่ามือที่มองไม่เห็น ตบหน้าฉาดใหญ่
ตบจนหน้าบวมช้ำ