“คุณครับ ขายไหมครับ?” พนักงานหญิงถามเสียงสั่น มองจางจวินด้วยแววตาอิจฉา
“ขาย!” จางจวินตอบโดยไม่ลังเล
ไม่นานนัก
เงินหนึ่งแสนหยวนก็เข้าบัญชีของจางจวิน
เขาเหลือบมองข้อความจากธนาคาร ก่อนค่อย ๆ หันไปมองติงหลานที่หน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าราวกับกำลังสงสัยในชีวิตตัวเอง
“เห็นหรือยัง?” น้ำเสียงของจางจวินเรียบเฉย แต่กลับเหมือนเหล็กแหลมเย็นเยียบที่แทงเข้าไปในใจติงหลานอย่างแรง “เก็บได้จากกองขยะ ขายได้หนึ่งแสนหยวน”
เขาก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “คนที่ควรดีใจคือฉันต่างหาก ดีใจที่มองธาตุแท้ของเธอออกตั้งแต่เนิ่น ๆ รังเกียจที่ฉันจนเหรอ? คนตาถั่วคือเธอต่างหาก ตอนนี้ฉันมีประสบการณ์เจอของดีมากขึ้นแล้ว ต่อไปก็ไม่มีทางตาถั่วอีก ทุกวันหาเงินได้หลายแสนหยวน แถมอนาคตยังหาได้มากกว่านี้อีก เธอไม่ใช่คนตาไม่มีแววแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
ริมฝีปากของติงหลานสั่นระริก เธออยากเถียง อยากกรีดร้อง อยากฉีกหน้าสงบนิ่งที่เต็มไปด้วยแววเยาะเย้ยของจางจวินให้เป็นชิ้น ๆ แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างอุดคอไว้แน่น จนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว
เงินหนึ่งแสนหยวน กับความมั่นใจและแววดูแคลนในคำพูดของจางจวิน ราวกับฝ่ามือหนัก ๆ สองฉาดที่ฟาดลงบนหน้าเธอจนแสบร้อน
ความเสียใจอย่างรุนแรงที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้ รัดหัวใจติงหลานแน่นฉับพลันราวกับงูพิษเย็นเยียบ จนเธอแทบหายใจไม่ออก
ถ้าเธออดทนต่ออีกสักเดือน ไม่ไปนอกใจกงเหว่ย เธอจะได้เห็นวันนี้ที่จางจวินมีประสบการณ์เจอของดีจนหาเงินได้วันละหลายแสนหยวนหรือเปล่า?
