บทที่ 73 คนซื่อตรงก็โต้กลับเป็น
“มีเรื่องอะไร?” จิ่งเหยานั่งอยู่หน้าโต๊ะสนามรบ ตรงหน้ากางแผนที่ป้องกันเขตเหนือไว้ ท่วงท่าสง่างาม สีหน้าเคร่งขรึม หากไม่ใช่เพราะในกระโจมอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันวัวรสเผ็ดหอมเข้มข้น ภาพจอมพลกำลังทำงานคงสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
โยวหมิงเพิ่งแหวกม่านเข้ามาก็ถูกกลิ่นนั้นฉุนจนแสบจมูก จิ่งเหยามองตามสายตาเขาไปยังกล่องอาหารที่ว่างเปล่า ก่อนจะเลื่อนกล่องลงไปใต้โต๊ะอย่างหน้าตาเฉย ท่วงท่าคล่องแคล่วราวกับซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
“ท่านจอมพล ภรรยาของโยวเลี่ยเตรียมเสบียงไว้ให้เขาไม่น้อยเลยครับ” โยวหมิงยืนหลังตรง สีหน้าจริงจังเป็นงานเป็นการ
“ภรรยา?” จิ่งเหยาเลิกคิ้ว รูม่านตาสีอำพันหดลงเล็กน้อย เจ้าลูกหมาป่าที่คอยเดินตามเย่ถังในเรือนจำหมายเลขศูนย์ทุกวัน ส่ายหางทำตัวเป็นหมาเงียบ ๆ กลับตกลงสถานะกันเรียบร้อยโดยไม่ปริปากสักคำ
โทษแม่ของเขาเลยที่ลากเขาออกมาจากเรือนจำหมายเลขศูนย์ เปิดโอกาสให้หมาป่าเจ้าเล่ห์ตัวนั้นฉวยประโยชน์ได้ แต่ถึงอย่างนั้น—
“โยวเลี่ยอายุน้อยนิดเดียวก็ทะลวงพลังระดับ SS แล้ว งานแค่นี้ไม่มีความท้าทายสำหรับเขาหรอก ยังมีเวลาเหลือกินมื้อดึกอีกด้วย” จิ่งเหยาประสานมือรองคาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชาที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครโต้แย้ง
“ครับ ท่านจอมพล”
“จัดการตามนั้น”
โยวหมิงทำความเคารพแบบทหารอย่างเป็นระเบียบ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากกระโจม สายลมกลางคืนพัดผ่านมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเทาอมฟ้าฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง เรื่องวางแผนแกล้งน้องชาย เขาชำนาญสุด ๆ
ช่วงเวลาของโยวเลี่ยในเขตเหนือ ภายใต้การร่วมมือกันฝึกฝนอย่างหนักของผู้บังคับบัญชาทั้งสองคน ยากลำบากยิ่งกว่าตอนอยู่ในสนามรบแล้วเสี่ยงชีวิตสู้กับสัตว์กลายพันธุ์เสียอีก
โยวหมิงแกล้งเขา เขายอมรับได้ ถึงอย่างไรตั้งแต่เด็กจนโตเขาก็ถูกแกล้งจนชิน ภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นมานานแล้ว แต่จิ่งเหยากลับร่วมวงแกล้งเขาด้วย นี่สิที่เขาไม่เคยคาดคิด
จอมพลพยัคฆ์ขาวผู้มีชื่อเสียงเรื่องเที่ยงธรรมในกองทัพ ตั้งแต่ยึดหม้อไฟกึ่งสำเร็จรูปของเขาไปคราวก่อน ก็ราวกับได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่