เจียงอี่หนิงลุกขึ้นยืน พลางรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างบังเอิญเหลือเกิน
“ซูจือเหยียนหรือ? ที่แท้ผู้จัดงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็คือคุณนี่เอง”
ซูจือเหยียนเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ปรมาจารย์เอ็นผู้ลึกลับในฟอรัม ซึ่งเพียงแค่ชี้แนะไม่กี่ประโยคก็ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในวงการนับไม่ถ้วนได้ฟังแล้วกระจ่างแจ้ง ที่แท้ก็คือคุณเจียง หัวหน้าโครงการที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนั่นเอง
ตอนนั้นเธอยังไม่ยอมรับ
แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว
ซูจือเหยียนหัวเราะออกมาเบา ๆ สายตาที่มองเจียงอี่หนิงยิ่งเปี่ยมด้วยความชื่นชม
“คุณเจียง ไม่แปลกใจเลยที่คุณจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าโครงการได้ ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ตาถั่ว มองไม่เห็นคนเก่ง”
“ก่อนหน้านี้ฉันล่วงเกินคุณไปมาก หวังว่าคุณจะไม่ถือสา”
เจียงอี่หนิงยิ้มพลางส่ายหน้า
“ไม่ต้องขอโทษหรอก คุณเก่งมากอยู่แล้ว”
“ที่แท้พวกคุณก็รู้จักกันนี่เอง”
เหอซิ่วหยวนกวาดตามองทั้งสองคนไปมา รอยยิ้มยิ่งลึกซึ้งขึ้น
เธอตบไหล่ซูจือเหยียนเบา ๆ แล้วดันอีกฝ่ายเข้าไปหาเจียงอี่หนิง
“จือเหยียน เรียนรู้จากคุณเจียงให้ดีล่ะ”
“นี่แหละถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะตัวจริงในวงการจิตวิทยา”
ซูจือเหยียนไม่เหลือท่าทีไม่พอใจเหมือนก่อนแล้ว ตอนนี้เธอจริงใจเสียจนดูราวกับเป็นคนละคน
เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“คุณย่าวางใจได้ หนูจะตั้งใจเรียนรู้ให้ดี ต่อไปนี้รบกวนคุณเจียงช่วยชี้แนะด้วยนะคะ”
เจียงอี่หนิงยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงถ่อมตน
“คุณย่าชมเกินไปแล้วค่ะ พวกเรามาแลกเปลี่ยนความรู้กันก็พอ”
“จือเหยียนเองก็เก่งมากอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก”
