อากาศรอบข้างเงียบสงัด
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างนิ่งงัน สีหน้าแตกต่างกันไป
รอยยิ้มบนใบหน้าเสิ่นเมี่ยวอินแข็งค้าง
ปลายนิ้วเธอกำแน่นอยู่ที่ชายเสื้อ ในดวงตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย มองไปยังชายหนุ่มข้างกาย
เจียงอี่หนิงก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของฟู่หวยเยี่ยน
ในใจพลันวาบผ่านอารมณ์บางอย่างที่ไม่อาจอธิบาย
หลังจากที่เสิ่นเมี่ยวอินพูดเช่นนั้นเมื่อครู่ คำพูดของฟู่หวยเยี่ยนในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเธอ
เจียงอี่หนิงไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าฟู่หวยเยี่ยนจะออกหน้าปกป้องเธอ
ทว่าลึก ๆ ในใจก็ยังคงพลุ่งพล่านอย่างห้ามไม่ได้
เขาคิดอะไรกันแน่!
วินาทีต่อมา แรงที่ฟู่หวยเยี่ยนกำข้อมือเธอไว้ก็คลายออกทันที เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ไปงานเลี้ยงตามกำหนด อย่าให้คุณย่าเป็นห่วง”
ท่าทางนี้ราวกับเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ให้คนเข้าใจผิด
เสิ่นเมี่ยวอินถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
ก็บอกแล้วว่าหวยเยี่ยนจะปกป้องเจียงอี่หนิงได้อย่างไร
หวยเยี่ยนสืบทอดตระกูลฟู่ คุณย่าคงยอมผ่อนปรนในไม่ช้า
ไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องได้แต่งเข้าตระกูลฟู่!
เจียงอี่หนิงเข้าใจดี จึงก้มหน้าลง
แต่ความเจ็บปวดแหลมคมยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ฟู่หวยเยี่ยนไม่ยอมเซ็นใบหย่าอย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่ยอมให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาแม้แต่น้อย
เขาทำตัวกำกวมกับเสิ่นเมี่ยวอินต่อหน้าคนอื่น ถึงขั้นหลบเลี่ยงเธอเพื่อเสิ่นเมี่ยวอิน
ช่างน่าตลกสิ้นดี!
ในชั่วขณะนั้น เจียงอี่หนิงรู้สึกว่าฟู่หวยเยี่ยนช่างเสแสร้งเหลือเกิน
ทั้งไม่ยอมหย่า ทั้งลำเอียงเข้าข้างมือที่สาม ปล่อยให้อีกฝ่ายเหยียบเข้ามาในบ้าน
ช่างเป็นผู้ชายหลายใจที่เหยียบเรือสองแคม!
ถุย!
เจียงอี่หนิงด่าอยู่ในใจ จากนั้นก็กดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านลง สีหน้าเย็นชา “อืม”
