น้ำเสียงของเจียงอี่หนิงหนักแน่น
อารมณ์ของจงอี๋พลันควบคุมไม่อยู่
เธออ้าปากหอบหายใจ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
บรรดารปภ.รอบข้างพากันลนลาน
“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อย่ากระตุ้นคุณนายซ่งอีก!”
“ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ พวกเราทุกคนรับผิดชอบไม่ไหว!”
เจียงอี่หนิงไม่สนใจคนเหล่านั้น
เธอย่อตัวลงตรงหน้าจงอี๋ มืออีกข้างวางทับลงบนหลังมือของจงอี๋
ฝ่ามือแนบผิวของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอสงบนิ่ง
“ยิ่งคุณต่อต้าน ปมในใจก็ยิ่งคลี่คลายยาก”
“ลองนึกถึงครอบครัวของคุณดูสิ พวกเขายังรอให้คุณกลับไปอย่างปลอดภัยอยู่”
เพียงไม่กี่ประโยคสั้น ๆ กลับทำให้ลมหายใจของจงอี๋ค่อย ๆ ผ่อนลง
เธอจ้องตาเจียงอี่หนิง สิ่งที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาค่อย ๆ สงบลงทีละน้อย
เจียงอี่หนิงฉวยจังหวะตบหลังเธอเบา ๆ สองครั้ง
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมของจงอี๋ คลำเจอขวดยาใบหนึ่ง
เทยาออกมาสองเม็ดแล้วป้อนใส่ปากอีกฝ่าย
จงอี๋อมยาไว้ก่อนกลืนลงไป ขนตายังเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตา
แต่หน้าอกที่กระเพื่อมแรงก็สงบลงแล้ว
ตอนที่หมอมาถึง จงอี๋ก็ลุกขึ้นนั่งได้ด้วยตัวเองแล้ว
เจียงอี่หนิงเก็บสีหน้า ก่อนหมุนตัวเตรียมจากไป
เธอเพิ่งขยับเท้า จงอี๋ก็เรียกเธอไว้ด้วยเสียงอ่อนแรง
“เจียงอี่หนิง รอก่อน”
ฝีเท้าของเจียงอี่หนิงหยุดชะงัก
เธอหันกลับไป เห็นจงอี๋กำลังเดินเข้ามาช้า ๆ โดยมีคนช่วยประคอง
“ในเมื่อคุณยื่นมือช่วยฉันแล้ว ไม่คิดจะทำจิตบำบัดให้ฉันต่อเหรอ ช่วยคนก็ช่วยให้ถึงที่สุดสิ”
