“พี่หนิงหนิงคะ รปภ.บอกว่ายางรถคุณโดนเด็กแถวนี้แกล้งเจาะมา”
“พยากรณ์บอกว่าพายุหนักกำลังจะเข้าแล้วด้วย ตอนนี้เรียกรถยากนะคะ ให้หนูไปส่งดีมั้ย?”
จ้าวเจีย ผู้ช่วยส่วนตัวผลักประตูเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“สมัยนี้เด็กนี่ร้ายจริงนะ...”
ปากกาที่อยู่ในมือเจียงอี่หนิงชะงัก
คืนนี้คืองานเลี้ยงสังสรรค์ของตระกูลฟู่ ทุกคนห้ามขาด
เธอนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้าแชตของฟู่หวยเยี่ยน แล้วอัดข้อความเสียง
“หวยเยี่ยน รถฉันเสีย พายุกำลังจะเข้าแล้ว คุณแวะมารับฉันหน่อยได้ไหม?”
ทันทีที่ส่งออกไป หน้าจอก็มีข้อความเด้งขึ้นมา
【ได้】
เจียงอี่หนิงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วปิดมือถือ
“อาเจีย เธอกลับบ้านก่อนเถอะ ฉันไปไกลน่ะ เดี๋ยวค่อยเรียกรถเอา”
จ้าวเจียตอบรับแล้วย้ำอะไรอีกสองสามอย่าง จากนั้นก็ออกไป
เจียงอี่หนิงนวดหัวคิ้วที่ล้าด้วยความเหนื่อยหน่าย ลุกขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง
แต่งงานกันมาเจ็ดปี ฟู่หวยเยี่ยนไม่เคยฟังข้อความเสียงของเธอเลย
ไม่ว่าเธอจะส่งอะไรไป เขาก็แค่ตอบกลับมาสั้นๆ เร็วๆ ว่าได้
ตอนนั้นเพื่อนยังอิจฉาเธอเลย สามีดูเย็นชาแต่กลับตอบสนองทุกอย่าง
จนกระทั่งคืนหนึ่งที่เธอไข้สูงไม่ลด ส่งข้อความเสียงไปให้เขากลับบ้านพร้อมยาด้วย
วันนั้นเธอเฝ้ารอตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่เห็นเขา
กระทั่งรุ่งสาง แม่บ้านเข้ามาพบว่าเธอหมดสติอยู่บนเตียงจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล เธอถึงได้รู้สึกตัว
หลังจากนั้น เธอลองหยั่งเชิงถามฟู่หวยเยี่ยนดู ว่าเขาติดธุระระหว่างทางหรือเปล่า
แต่ฟู่หวยเยี่ยนกลับทำหน้าเย็นชา บอกเพียงว่าอยากได้อะไรตัดสินใจเอง ไม่ต้องส่งมาบอกทุกเรื่อง
ตอนนั้นเองที่เจียงอี่หนิงถึงได้รู้ว่า ฟู่หวยเยี่ยนคิดว่าเธอตามหาเขา ก็แค่อยากรีดไถเงิน
และเพื่อไม่ให้เธอมารบกวน เขาถึงได้ตั้งระบบตอบกลับอัตโนมัติในมือถือเพื่อส่งข้อความโต้ตอบส่งๆ ไป
“ทำไมไม่ให้ฉันเข้า ฉันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่จ่ายเงินนะ”
“คลินิกโรคจิตเปิดอยู่แท้ๆ มีเหตุผลอะไรถึงไม่รับแขก?”
เด็กสาวคนหนึ่งบุกรี่เข้ามา
ดวงตาเธอแดงก่ำ อารมณ์ปั่นป่วนอย่างควบคุมไม่ได้
จ้าวเจียห้ามไม่ให้อยู่หมัด
“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เราปิดทำการแล้ว กรุณามาพบแพทย์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ค่ะ!”
“ไม่สน ฉันจะรักษาตอนนี้!”
เสิ่นเมี่ยวอินสะบัดมือจ้าวเจียออก แล้วก้าวฉับๆ ไปนั่งลงบนเก้าอี้
“ฉันทุกข์ทรมานนะ ถ้าฉันเป็นโรคซึมเศร้ากำเริบจนตายขึ้นมา พวกคุณทุกคนก็คือฆาตกร”
“เจียเจีย เธอกลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เจียงอี่หนิงดึงสติกลับมา แล้วเดินไปตรงหน้าเสิ่นเมี่ยวอิน
จ้าวเจียขยับริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เงียบแล้วถอยออกไป
เด็กสาวตรงหน้าดูอายุไม่มาก แต่ความหมกมุ่นในแววตาช่างน่าหวาดกลัว
คนแบบนี้เธอเจอมานักต่อนักแล้ว
เจียงอี่หนิงเดินเข้าไปหา แล้วเอ่ยถามเบาๆ
“เรียกยังไงดีคะ มีอะไรให้ดิฉันพอจะช่วยได้บ้าง?”
“ฉันชื่อเสิ่นเมี่ยวอิน ฉันเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง เพราะโรคนี้แหละ ชีวิตฉันถึงพังพินาศ”
เสิ่นเมี่ยวอิน
ชื่อที่ฟังดูคุ้นหูชอบกล
แต่ด้วยสัญชาตญาณในอาชีพ เจียงอี่หนิงจึงไม่ใส่ใจอะไรมากนักและตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
“ครอบครัวของฉันมีมือที่สามมาแทรกแซง ลูกนอกสมรสของนังนั่นมันยังแก่กว่าฉันอีก”
“ชีวิตประจำวันของฉันมีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง ฉันยิ่งนับวันก็ยิ่งหมกมุ่น อยากให้ทุกคนตายๆ ไปให้หมด”
เสิ่นเมี่ยวอินคร่ำเคร่งสีหน้า อารมณ์ค่อยๆ ปะทุขึ้น
“แต่ฉันก็ได้พบกับแฟนหนุ่ม เขาโอบอุ้มฉันไว้ อยากดึงฉันออกมา”
“ทว่าฉันป่วยมานานเกินไป ทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“จนหนทางหมด ฉันจำต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ หวังว่าเมื่อหายดีแล้วจะกลับมาแต่งงานกับเขา”
“แต่ใครจะไปคิด พอกลับมา เขากลับแต่งงานไปแล้ว!”
พูดถึงตรงนี้ เสิ่นเมี่ยวอินก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่
เธอหน้าแดงก่ำ พุ่งเข้ามาคว้าแขนของเจียงอี่หนิงไว้แน่น
บนแขนเริ่มมีหยดเลือดซึมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เจียงอี่หนิงรู้สึกเจ็บจี๊ดจนต้องขมวดคิ้ว
ทว่าเธอไม่ได้ดิ้นรนผลักไส กลับยกมือขึ้นเบาๆ ลูบแผ่นหลังของเสิ่นเมี่ยวอิน
“ฉันรู้ว่าเธอทุกข์ทรมานมาก นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย”
“เป็นที่เขาไม่รอเธอเอง ไม่ใช่ปัญหาของเธอ”
แต่ไม่นึกเลยว่าคำพูดนี้จะปลุกโทสะของเสิ่นเมี่ยวอิน เธอกวัดแกว่งมือขึ้น แล้วตบลงบนหน้าของเจียงอี่หนิง
“ใครอนุญาตให้แกว่าเขา!”
เจียงอี่หนิงหน้าหันไปตามแรงตบ แก้มร้อนผ่าว
ชั่วอึดใจต่อมา เสิ่นเมี่ยวอินก็เปลี่ยนเป็นท่าทางอ่อนแอ ยืนนิ่งงงงันอยู่กับที่
“ขอโทษที ฉันงี่เง่าเกินไป ควบคุมตัวเองไม่ได้”
“ผู้หญิงที่แย่งแฟนฉันไป ก็คือลูกสาวของเมียน้อยที่ทำลายครอบครัวฉันนั่นแหละ!”
“สองแม่ลูกนั่นมันจงใจ พวกนางสมควรตาย!”
“แฟนฉันที่แต่งงานกับนังนั่น ไม่ใช่เพราะรักเลยนะ! เขาแค่กลัวว่านังนั่นมันจะสืบหาต่อไป แล้วมาทำร้ายฉันกับแม่!”
“คุณหมอเจียง ฉันไม่อยากเป็นเมียน้อยเลย ช่วยบอกฉันที ต้องทำยังไงถึงจะให้ผู้หญิงคนนั้นยอมจากไปเอง?”
เจียงอี่หนิงหลุบตาลงต่ำ ในใจพลันเกิดความเจ็บปวดตื้อๆ
ผู้ชายคนนั้น พึ่งพาการผลักดันของแม่ถึงก้าวออกมาจากป่าเขา
เขาสัญญาว่าจะแต่งงานกับแม่ แต่สุดท้ายกลับเห็นแก่เงิน ไปแต่งกับไฮโซลูกคุณหนู
ส่วนแม่ของเธอ ต่อให้ตายก็รอคำพูดที่เป็นธรรมไม่ได้สักคำ
แม่กลัวว่าลูกจะเจ็บปวด กระทั่งวันตายก็ไม่ยอมบอกว่า ผู้ชายคนนั้นคือใคร
ตอนที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับฟู่หวยเยี่ยน ก็เพราะหวังว่าเขาจะช่วยสืบหาความจริง
เธอไม่ได้ต้องการแก้แค้น แค่อยากทวงคำขอโทษให้แม่เท่านั้น
แต่จนกระทั่งแม่ถูกฝัง เธอก็ยังไม่ได้รับข้อความใดๆ จากฟู่หวยเยี่ยนเลย
ในชั่วขณะนี้ เธอรู้สึกอิจฉาเด็กสาวตรงหน้า
การที่มีใครสักคนดีๆ คอยปกป้องเธอ
“คุณเสิ่น เรื่องมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้นะ บางทีอีกฝ่ายอาจไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาตั้งแต่ต้น”
“พูดกันตามตรง ทางเลือกมันอยู่ที่ตัวผู้ชายคนนั้นล้วนๆ เป็นความลังเลของเขานั่นแหละที่สร้างโศกนาฏกรรมให้ทุกคน”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเมี่ยวอินก็มุมปากยกยิ้มเยือกเย็น
ดวงตาเธอจ้องเขม็งไปที่เจียงอี่หนิง แฝงไว้ด้วยความมุ่งร้ายแรงกล้า
“คุณหมอเจียง งั้นถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้าไปแทรกกลาง คุณจะยอมจากไปเองไหม?”
เจียงอี่หนิงหัวคิ้วผูกแน่น ในใจรู้สึกประหลาดอย่างยิ่ง กำลังจะอ้าปากตอบ
เสิ่นเมี่ยวอินก็จู่ๆ เด้งตัวลุกขึ้น ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเธออย่างแรงจนล้มลงไป
“เมียน้อยกับลูกของเมียน้อย ควรตายให้หมด!”
เจียงอี่หนิงกลัวว่าควบคุมอารมณ์ของเธอไม่อยู่แล้วจะทำอะไรผาดโผนไปใหญ่
จึงไม่สนใจบาดแผลจากการกระแทก
เธอรีบยกมือขึ้น หวังจะควบคุมตัวเธอ
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องตรวจก็ถูกผลักออก
ฟู่หวยเยี่ยนขมวดคิ้วแน่น ก้าวยาวๆ เข้ามา
เมื่อเห็นเขา เสิ่นเมี่ยวอินก็ออกแรงสะบัดมือของเจียงอี่หนิงทันที
แล้วทำตัวอ่อนปวกเปียก สวมท่าทางน่าสงสารขึ้นมา
“อาเยี่ยน ฉันเจ็บเหลือเกิน...”
เจียงอี่หนิงถูกแรงที่ไม่ได้ทันตั้งตัวทำให้เซถอยหลัง
หลังมือกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ
ความเจ็บแหลมคมแล่นปราดเข้ามา
เลือดอุ่นๆ ไหลรินหยดติ๋งๆ ผ่านง่ามนิ้ว
ฟู่หวยเยี่ยนเดินสวนผ่านเธอไป ดวงตาคมเย็นชาจับจ้องที่เสิ่นเมี่ยวอิน
“อย่าตื่นเต้นไป ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”
แต่งงานมา 7 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงอี่หนิงเห็นสามีแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยต่อใครที่ไม่ใช่คนในครอบครัว
“คุณน้าอินอินครับ คุณเป็นยังไงบ้าง”
ฟู่เจียอวี่ ลูกชายตัวน้อยวิ่งตุ้ยนุ้ยเข้ามา คว้ามือของเสิ่นเมี่ยวอินไว้แน่นด้วยความกระวนกระวาย
แล้วก็หันมามองเจียงอี่หนิงด้วยความไม่พอใจ แล้วบ่นว่า
“คุณแม่ ผมบอกแล้วไงครับว่าเจอคุณน้าอินอินแล้วต้องอ่อนโยน”
“ถ้าคุณน้าอินอินเป็นอะไรไป จะทำยังไง?”
เจียงอี่หนิงชะงักงันแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ตั้งสติไม่ได้อยู่พักใหญ่
หัวใจบีบรัดราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทง
ที่แท้แล้ว คุณน้าอินอินที่ลูกชายเอาแต่ร้องอยากเจอ ก็ไม่ใช่ติวเตอร์
ที่แท้ สาวน้อยลูกเมียน้อยคนนั้น ก็คือ เสิ่นเมี่ยวอิน
เสิ่นเมี่ยวอินซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฟู่หวยเยี่ยนอย่างสะใจ แล้วยิ้มท้าทายให้เจียงอี่หนิง
“อาเยี่ยน จริงๆ แล้วฉันตั้งใจมาหาคุณนะ จะแวะให้คุณเจียงดูเรื่องจิตใจให้หน่อยก็เท่านั้น”
“ไม่นึกเลยนะว่าเธอเป็นหมอจิตเวชแต่จะดุขนาดนี้ และยังยั่วโมโหฉันอีกต่างหาก”
ฟู่หวยเยี่ยนขมวดคิ้วแน่นขึ้น น้ำเสียงเย็นชาลงไปอีกหลายส่วน
“คราวหลังไม่ต้องมาที่นี่อีกนะ นักบำบัดที่ฉันนัดให้รอคุณอยู่ที่บ้านแล้ว”
“คุณพ่อ เราไปกันเถอะครับ ไม่ได้เจอคุณน้าอินอินผมร้อนใจแทบตาย”
“วันนี้ผมจะนอนกับคุณน้าอินอิน เธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนที่สุดที่ผมเคยเจอเลย”
ฟู่เจียอวี่ตัวน้อยกระโดดขอให้เสิ่นเมี่ยวอินอุ้ม
เสิ่นเมี่ยวอินยิ้มหวาน แล้วอุ้มเขาขึ้นมา
“ได้สิจ๊ะ ถ้าคุณพ่อของหนูอนุญาต คุณน้าก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนหนูทุกวันเลย”
ทั้งสามคนก้าวฉับๆ จากไป
ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครเหลือบแลเจียงอี่หนิงแม้แต่น้อย
บาดแผลยังมีเลือดไหลอยู่
แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับเสี้ยวเดียวของหัวใจ
แท้จริงแล้วเธอเองที่เป็นคนนอกมาตลอด
ฟู่หวยเยี่ยนไม่บอกความจริงกับเธอ ก็เพราะคิดว่าแม่ของเธอคือเมียน้อยกระนั้นหรือ?
หรือเขากลัวว่าเธอจะไปทำร้ายเสิ่นเมี่ยวอิน เลยต้องแต่งงานกับเธออย่างนั้น?
“พี่หนิงหนิง! มือพี่เลือดออกตั้งเยอะแน่ะ จะไปโรงพยาบาลไหม?”
เสียงอุทานด้วยความตกใจของจ้าวเจียเรียกสติของเจียงอี่หนิงกลับมา
เธอค่อยๆ เช็ดคราบเลือดบนมือออก น้ำเสียงสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ
“ไม่เป็นไร เธอกลับบ้านไปเถอะ”
เมื่อห้องตรวจเงียบสงบลง
เจียงอี่หนิงก็หยิบมือถือขึ้นมา แล้วอัดข้อความเสียงอีกครั้ง
“ฟู่หวยเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ”
ส่งข้อความสำเร็จ
อีกฝั่งก็เด้งคำตอบอัตโนมัติคุ้นตาขึ้นมา
【ได้】