หกปีต่อมา สถานีรถไฟจินเฉิง
ถังหน่วนหนิงพาลูกชายสามคนออกจากสถานีรถไฟ ก็เรียกสายตาได้มากมายในทันที
คุณแม่แต่งตัวเรียบง่ายสบาย ๆ ไร้เครื่องสำอาง แต่กลับสวยจนเกินจะบรรยาย ทุกอิริยาบถดึงดูดสายตาจนละไม่ได้
เด็ก ๆ น่ารักน่าชัง ดวงตาโตที่โผล่พ้นหน้ากากอนามัยกลมโตเป็นประกาย ขนตางอนยาวกะพริบปริบ ๆ ชวนเอ็นดูจนละลายเข้าไปในหัวใจ
เป็นซีรีส์หลอกให้มีลูกอีกแล้ว!
ถังหน่วนหนิงไม่สนใจสายตาผู้คน เธอยืนอยู่ทางออกสถานีรถไฟ มองสภาพแวดล้อมตรงหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาเล็กน้อย ความรู้สึกหลากหลายถาโถม
ปีนั้น ปั๋วเยี่ยนเฉินพูดแค่คำว่า 'ไม่รักษาจารีตหญิง' ก็ผลักเธอเข้าสู่จุดวิกฤต
หนึ่งเดือนต่อมา เธอตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ยิ่งตอกย้ำคำพูดของปั๋วเยี่ยนเฉิน ข่าวลือและคำนินทาจนแทบจะกลบเธอตาย
พ่อแม่บุญธรรมรังเกียจที่เธอขายหน้า และเห็นว่าเธอไม่มีมูลค่าที่จะใช้แล้ว ก็ตัดสัมพันธ์กับเธอโดยตรง ไล่เธอออกจากบ้าน
เธอรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น เธอเคยคิดจะทำแท้ง แต่คิดอยู่นานก็ยังเสียดาย
นั่นก็เลือดเนื้อของเธอเหมือนกัน!
เด็ก ๆ เลือกเธอเป็นแม่ ก็คือโชคชะตา ไม่ว่าลำบากแค่ไหน เธอก็ควรคลอดออกมาเลี้ยงดูให้เติบใหญ่
เธอกลัวว่าชื่อเสียงของตัวเองจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูก จึงออกจากจินเฉิงไปใช้ชีวิตในชนบท
การที่หญิงตั้งครรภ์อยู่คนเดียวมันยากจริง ๆ การหางานคืออุปสรรคใหญ่แรกเลย เจ้านายหลายคนเห็นว่าเธอเป็นคนท้องก็ไม่กล้าใช้เธอ
แต่เธอจะไม่ทำงานไม่ได้ เธอต้องการเงินนี่นา
เธอต้องกินข้าว ต้องไปโรงพยาบาลคลอดลูก ต้องเตรียมค่านมผงให้ลูก ค่าเรียน...
หลังจากนั้นเธอหางานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งได้อย่างยากลำบาก เธอกลัวถูกไล่ออกมาก จึงพยายามกว่าทุกคน ไม่กล้าหยุดงานเลย
ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เธอขาดสารอาหาร เหนื่อยล้าสะสม
สุดท้ายตอนตั้งครรภ์ได้เก้าเดือน ร่างกายไม่มีแรง เป็นล้มล้มไปบนถนนหลังเลิกงาน
ที่แปลกคือ ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอและลูก ๆ กลับอยู่ในป่าลึก
จนถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าปีนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ใครช่วยเธอผ่าท้องทำคลอด?
ใครพาเธอกับลูกไปส่งไว้ในป่าลึก?
แล้วทำไมต้องพาพวกเขาทั้งแม่ลูกไปส่งไว้ในภูเขา?
คนที่ช่วยพวกเขาไว้บอกว่า เจอพวกเขาทั้งแม่ลูกโดยบังเอิญ เห็นว่าพวกเขาน่าสงสาร ก็พากลับมาที่พัก
พักอยู่นี่ก็ห้าปีเต็ม!
ห้าปีนี้พวกเขาผ่านอย่างผ่อนคลาย มีความสุข สุขใจ ไม่มีกังวัล
แต่เมื่อลูก ๆ โตขึ้นวันละวัน เธอจำต้องคิดถึงเรื่องการศึกษาและปัญหาชีวิตในอนาคตของลูก
ในภูเขานั้นดีก็จริง แต่นอกจากผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตแล้วก็ไม่มีใครอีก รออีกหลายสิบปีผ่านไป ก็จะเหลือแค่ลูก ๆ...
ลูก ๆ อุตส่าห์มาเกิดมาเป็นคนทั้งที จะให้ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยไปทั้งชีวิตไม่ได้ ความรุ่งโรจน์งดงามของโลกมนุษย์ พวกเขาก็ควรจะได้เห็นบ้าง
ดังนั้น เธอคิดอยู่นาน ลาผู้มีบุญคุณช่วยชีวิต และพาลูก ๆ ลงจากภูเขา
ตอนแรกเธอไม่ได้อยากมาจินเฉิงหรอก เรื่องร้ายที่เจอเมื่อหกปีก่อนเธอยังไม่ลืม
ใครจะไปคิด ตอนจะไปแจ้งเกิดให้ลูก ๆ เธอกลับพบว่าตัวเองยังอยู่ในสถานะสมรสอยู่
เธองงไปเลย?!
ปีนั้นเธอเซ็นชื่อในหนังสือหย่าชัดเจนเลยนะ!
เธอคิดไม่ตกถึงต้นสายปลายเหตุ แต่ปัญหามาก่อนแล้ว เพราะเธออยู่ในสถานะสมรส ถ้าจะแจ้งเกิดให้ลูก ช่องพ่อก็จะปรากฏชื่อของปั๋วเยี่ยนเฉินโดยอัตโนมัติ
ตระกูลป๋อใหญ่โตมโหฬาร ปั๋วเยี่ยนเฉินก็ไม่ชอบเธอ ไม่มีทางยอมเป็นพ่อบุญธรรมหรอก!
ดังนั้นก่อนจะไปแจ้งเกิดให้ลูก เธอต้องไปหย่าให้เสร็จก่อน
ครั้งนี้ที่มาจินเฉิง ก็เพื่อมาตามหาปั๋วเยี่ยนเฉินหย่านั่นแหละ
สำหรับปั๋วเยี่ยนเฉิน เธอไม่มีความแค้นเคืองเลย
ปีนั้นเธอผิดต่อเขาก่อน ที่เขาบอกว่าเธอไม่รักษาจารีตหญิง ก็จริงทุกคำ
ถ้าจะว่าแค้น เธอก็แค้นไอ้ผู้ชายเถื่อนที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไปในคืนนั้น!
เขาว่ากันว่าปากผู้ชาย เหมือนผีหลอกคน ไม่ผิดเลยสักนิด
ปีนั้น ไอ้ผู้ชายเถื่อนคนนั้นพูดพล่อย ๆ ว่าจะให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด มีเกียรติสูงสุดในโลก สรุปแล้วยังไง?
เหอะ!
เขาทำเธอพังพินาศเลย!
คิดถึงเรื่องคับแค้นพวกนั้น...เธอก็อยากจะตีเขาให้ตาย!
"หม่ามี๊ หนูฉี่" จู่ ๆ ซานเป่าก็ดึงชายเสื้อเธอ พูดอย่างเขินอาย
ถังหน่วนหนิงดึงสติกลับมา มองลูกสามคนตรงหน้า หัวใจเธออบอุ่นขึ้นทันที
เรื่องของปีนั้นทำให้ชีวิตเธอยุ่งเหยิงไปหมดจริง ๆ แต่เธอก็ได้ลูก ๆ พวกนี้มา ก็คุ้มแล้ว!
ลูกสามคนนี้ของเธอ เป็นความภาคภูมิใจของเธอจริง ๆ!
ต้าเป่าเป็นสุภาพบุรุษตัวน้อย ปกติพูดไม่มาก แต่มีความเป็นพี่ใหญ่มาก ทั้งด้านอีคิวและไอคิวก็สูง ทุกคำพูดทุกการกระทำล้วนเป็นแบบอย่างของผู้นำครอบครัว
เอ้อเป่าและซานเป่ากลับตรงกันข้าม ร่าเริงชอบเคลื่อนไหว ซุกซนชอบก่อกวน ความสนใจ: ต่อสู้! งานอดิเรก: ต่อสู้! ความฝัน: ต่อสู้! ความฝันสูงสุด: ต่อสู้ที่เจ๋งที่สุด ต่อสู้ให้ไร้เทียมทานในใต้หล้า!
ส่วนซานเป่า เป็นเด็กร้องไห้เก่งมาก เขาขี้ขลาดโดยธรรมชาติ สติปัญญาไม่สูงเท่าต้าเป่าเอ้อเป่า แต่ก็เป็นหนุ่มน้อยอบอุ่น ใจละเอียดมาก อายุยังน้อยก็ทำอาหารเป็น แถมยังอร่อยมาก ๆ อีกต่างหาก
และดูเหมือนมีเซลล์แฟชั่นมาพร้อมตัว น้ำหอมที่เธอใช้ตอนนี้ก็เป็นซานเป่าผสมเองกับมือนะ
แค่ให้ผลไม้หรือช่อดอกไม้เขา เขาก็ทำน้ำหอมที่ไม่ซ้ำใครในโลกให้คุณได้
ไม่มีเทคโนโลยีและการปรุงแต่ง มีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้และผลไม้ สดชื่นเป็นธรรมชาติ
แล้วก็ ซานเป่ายังมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบมาก แบบร่างเสื้อผ้าและเครื่องประดับ วาดปุ๊บออกมาปั๊บ
ถังหน่วนหนิงคิดไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า ต่อไปใครได้แต่งงานกับซานเป้าบ้านเรา ต้องมีความสุขแน่ ๆ
ถังหน่วนหนิงมองซานเป่ายิ้ม ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
"จ๊ะ หม่ามี๊พาไป ต้าเป่าเอ้อเป่า พวกเราสองคนจะไปห้องน้ำไหม?"
ถังต้าเป่ากับถังเอ้อเป่าสั่นหัวพร้อมกัน พูดเป็นเสียงเดียว "ไม่ไป!"
"งั้นพวกเราสองคนรอหม่ามี๊กับน้องอยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไปไหน หม่ามี๊พาซานเป่าไปห้องน้ำนะ"
"อื่อ"
ถังหน่วนหนิงจูงมือซานเป่าเดินไปทางห้องน้ำ ถึงหน้าห้องน้ำ ถังหน่วนหนิงก็ย่อตัวลงกำชับอีกครั้ง
"ซานเป่า หนูไปห้องน้ำชาย หม่ามี๊ไปห้องน้ำหญิง ถ้าแป๊บหนึ่งหนูออกมาก่อน ก็ยืนรอหม่ามี๊ตรงนี้นะ"
"อื่ออื่อ" ซานเป่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย วิ่งขาสั้นปุ๊กปุ๊กเข้าไปในห้องน้ำชาย
ถังหน่วนหนิงมองแผ่นหลังของซานเป่ายิ้ม ๆ แล้วจึงหันกายเดินไปห้องน้ำหญิง
ไม่นานซานเป่าก็ออกมา เขาไม่เดินไปไหนจริง ๆ ยืนรอถังหน่วนหนิงอยู่หน้าห้องน้ำอย่างเรียบร้อย
ทันใดนั้น บอดี้การ์ดชุดดำกลุ่มหนึ่งห้อมล้อมผู้หญิงที่แต่งตัวหรูหราเฉิดฉายคนหนึ่งเดินมาทางนี้
ผู้หญิงคนนั้นสวมแว่นกันแดดใหญ่ ปากก็สีจัดจ้าน ตวาดใส่คนข้าง ๆ เหมือนโกรธมาก
"ต่อไปก็ไม่ต้องรับบทกระจอก ๆ แบบนั้นอีกนะ วิ่งไปถ่ายละครในซอกเขา กว่าจะกลับมาทีลำบากจะตาย ขนาดเครื่องบินยังไม่มี ยังต้องนั่งรถไฟกลับ! ฐานะฉันนั่งรถไฟมันเหมาะสมไหม? ดูสิพวกนั่งรถไฟเป็นพวกสวะอะไร กระจอกและไร้มารยาทขึ้นเรื่อย ๆ น่าขยะแขยงชะมัด!"
เสียงของเฉินเจียวเยว่ไม่เบาเลย ทำให้ผู้คนพากันขมวดคิ้ว
ผู้จัดการรีบพยักหน้าง้อเธอ บอดี้การ์ดทั้งสองข้างเดินเบียดเปิดทางอย่างหยาบคาย
"หลีก! หลีก! ถอยไปให้ห่าง!"
ซานเป่ายืนงง ยังไม่ทันหลบก็ถูกผลักอย่างแรง
เขาหงายหลังกระแทกพื้น ล้มเจ็บ น้ำตาคลอในเบ้าตา แต่ไม่กล้าส่งเสียง
"เด็กบ้านไหนเนี่ย? ไปให้พ้น!" เฉินเจียวเยว่ตวาดเย็น
ซานเป่าเห็นสถานการณ์น่ากลัวมาก ก็ตกใจไม่น้อย นั่งบนพื้นเม้มปาก มองเฉินเจียวเยว่ด้วยดวงตาคลอฝ้า ไม่กล้าขยับ
เฉินเจียวเยว่ขมวดคิ้ว มองเห็นซานเป่า ก็คิดถึงหนามยอกอกในใจ
หนามยอกอกนั่น ก็โตพอ ๆ กับไอ้เด็กน่ารังเกียจตรงหน้านี้
เธอเกลียดจนกัดฟันกรอด
"บอกให้ไปให้พ้น ยังจะนั่งอยู่อีก ไม่รู้หรือไงว่าขวางทางคนอื่นมันไม่ดี?! พ่อแม่แกปกติอบรมยังไง? ไร้มารยาท ไร้การอบรม!"
เฉินเจียวเยว่พูดจบก็ใช้ปลายรองเท้าเตะซานเป่าอย่างแรงอีกที แล้วเดินกระแทกส้นสูงจากไป
ซานเป่า 'ว๊า' ร้องไห้โฮออกมา
"หม่ามี๊ พี่ เจ็บ อืออืออือ..."
ถังหน่วนหนิงยังไม่ออกจากห้องน้ำ ต้าเป่าเอ้อเป่าได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งมา เห็นเหตุการณ์ก็รีบถาม
"ซานเป่าเป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น?"
ซานเป่าเห็นพี่ ๆ ยิ่งร้องหนักกว่าเดิม ไหล่น้อยกระตุกเป็นจังหวะ พูดก็พูดไม่เต็มปาก
"คนนั้น...ป้าคนนั้นเตะ...เตะหนู...พี่ เจ็บ...อืออืออือ..."
ถังเอ้อเป่าได้ยินดังนั้น ก็เดือดดาลทันที รังแกน้องเขา เห็นเขาเป็นไอ้ตายแล้วหรือไง?!
"พี่ เฝ้าซานเป่า ฉันไปเอาคืนกับมัน!"
ถังเอ้อเป่าพูดจบก็ออกวิ่งฉิว ละลายหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว