เวินอี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทุกอย่างจบลงได้อย่างไร
เธอนอนอ่อนระทวยอยู่บนเตียง ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาพร่ามัว หอบหายใจอย่างหนัก
ผิวพรรณเนียนละเอียดราวหยกงามเต็มไปด้วยร่องรอยชวนให้คิด
หานมู่เฉินยืนอยู่ข้างเตียง มือถือแก้วไวน์แดงที่เพิ่งริน
เขาหลุบตามองหญิงสาวบนเตียง ซึ่งลมหายใจค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
เรือนร่างนุ่มนิ่ม ผิวเนียนขาวผ่องราวกับเปล่งแสง ยังคงดึงดูดสายตาของชายหนุ่มอย่างเด่นชัด
เขาจิบไวน์แดงคำหนึ่ง ก่อนวางแก้วลงบนโต๊ะข้างเตียง
จากนั้นก็ยื่นมือใหญ่ไปดึงผ้าผืนบางที่คลุมร่างเธอออก ปล่อยให้เธอเผยเรือนร่างต่อหน้าเขาอย่างหมดจด
แล้วเขาก็ก้มลง ใช้มือประคองคางหญิงสาวไว้ ก่อนแนบริมฝีปากบางลงบนเรียวปากแดงของเธอ
ไวน์แดงถูกส่งผ่านเข้าไป
เวินอี้รับรู้ได้ถึงรสหวานของไวน์แดง ปนขมฝาดจากแอลกอฮอล์เล็กน้อย
เธอถูกบังคับให้กลืนลงไป หายใจหอบเบา ๆ “ยัง...ยังไม่จบอีกเหรอ?”
ริมฝีปากของชายหนุ่มยังคงแนบอยู่กับเธอ เรียวปากที่ถูกป้อนด้วยไวน์แดงยิ่งหอมหวานชวนลิ้มลอง
“ยัง เพิ่งเริ่มเอง”
ค่ำคืนนี้แทบไม่มีใครได้นอน
ดูเหมือนชายหนุ่มจะชดเชยทุกสิ่งที่ขาดหายไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมาให้ครบถ้วนในคราวเดียว
สุดท้ายเวินอี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปได้อย่างไร รู้เพียงว่าความทรงจำสุดท้ายคือเขาโอบกอดเธอไว้ พลางกดร่างเธอแนบกับผนังในห้องน้ำ...
เที่ยงวันถัดมา
เวินอี้กับหานมู่เฉินยังคงนอนกอดกันแน่นอยู่บนเตียง
ใบหน้าสวยหวานของเวินอี้ซุกอยู่กับแผงอกแน่นแข็งแรงของชายหนุ่ม ถูกเขาโอบกอดไว้รอบด้าน
