เวินอี้ได้ยินแล้วใบหน้าก็แดงยิ่งกว่าเดิม “หานมู่เฉิน... คุณนี่โรคจิตหรือไง!”
เธอกำลังคุยกับเขาเรื่องหมาอยู่แท้ ๆ แล้วเขาจะลากตัวเองเข้ามาเกี่ยวทำไม
แถมยังทำเหมือนตัวเองเป็นหมาที่กำลังติดสัดอีก ไอ้คนสารเลว นี่มันหมาจริง ๆ!
หานมู่เฉินฟังเสียงหญิงสาวในโทรศัพท์ที่ทั้งเขินทั้งโมโห ก็อดนึกภาพเธอกำโทรศัพท์แน่น หายใจสั่น ใบหน้าแดงก่ำราวกับผลเบอร์รีสุกงอมไม่ได้ ท่าทางเขินอายจนแทบละลาย
ลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อย เพลิงปรารถนาที่เพิ่งสงบลงได้ยากเย็นกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง
แทบเอาชีวิตไม่รอดจริง ๆ
น้ำเสียงเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย “เราแยกกันมาหลายวันแล้ว คุณไม่คิดถึงผมบ้างหรือ?”
เวินอี้หน้าแดง เถียงกลับไปว่า “คิดถึงอะไร ฉันไม่คิดถึงสักหน่อย!”
“คุณคิดว่าฉันเหมือนคุณหรือไง เรื่องอย่างว่าถึงได้...”
คำสุดท้ายสองสามคำนั้น เธออายเกินกว่าจะพูดออกมา
จะให้พูดกับเขาตรง ๆ ได้อย่างไรว่าความต้องการทางเพศของเขาสูงลิ่วจนแทบทะลุเพดาน?
นี่ตกลงเป็นคำชมเขาหรือว่า...
ไม่ว่าอย่างไรก็พูดไม่ได้เด็ดขาด
แต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะเดาความคิดเล็ก ๆ ของเธอไม่ออก เขายิ้มมุมปากแล้วเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ว่า “ผู้ชายแบบผมหาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ คุณได้เจอผมถือว่าโชคดีแล้ว”
เวินอี้เขินจนร่างกายร้อนผ่าวไปหมด ทำไมถึงมีผู้ชายหน้าหนาไร้ยางอายขนาดนี้ได้
