หานมู่เฉินอุ้มเวินอี้จากไป ระหว่างทางมือของเวินอี้กำเสื้อบริเวณอกเขาไว้แน่นจนยับย่น
เขาค่อย ๆ ประคองหญิงสาวเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับในรถ
ก้มมองลงมา ก็เห็นว่าเธอยังคงกำเสื้อของเขาไว้ไม่ปล่อย
“ปล่อยได้แล้ว”
เวินอี้คลายมืออย่างว่าง่าย ศีรษะเอนพิงเบาะ ท่าทางง่วงงุนราวกับกำลังจะหลับ
หานมู่เฉินจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น
ยามเมามาย แก้มของเธอแดงจัดราวกับกุหลาบที่เปียกชุ่มด้วยสายฝน เบ่งบานงดงามชวนหลงใหล กลีบฉ่ำวาวเย้ายวน
ตอนนี้เธอนอนอย่างว่าง่ายอยู่บนเบาะ ดวงตาพร่าเลือนด้วยฤทธิ์สุรา ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ลมหายใจแผ่วเบาหอมกรุ่น ท่าทางเย้ายวนราวกับกำลังรอให้เขาเชยชม
แววตาของหานมู่เฉินลุ่มลึกขึ้น เขาประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยปลายนิ้ว แล้วค่อย ๆ โน้มเข้าไปหา
เขาได้กลิ่นหอมหวานจากลมหายใจของเธอ ทั้งยังเห็นริมฝีปากสั่นระริกขยับน้อย ๆ
ดูนุ่มนิ่มเหลือเกิน น่าจูบเหลือเกิน
เขาอดใจไม่ไหว ก้มลงจูบเธออย่างไม่ลังเล ดูดกลืนความหอมหวานนั้น
เขาแยกเรียวปากของเธออย่างชำนาญ รุกล้ำเข้าไปอย่างไม่เกรงใจและช่วงชิงทุกสิ่ง
ลมหายใจของเขาร้อนแรงและดุดัน ราวกับต้องการชดเชยทุกสิ่งที่ไม่ได้ทำในช่วงหลายวันที่ห่างกันให้หมดในคราวเดียว
เดิมทีเวินอี้เมาจนมึนงง แต่จูบของชายหนุ่มกลับรุนแรงและเอาแต่ใจเกินไป
เธอรู้สึกเหมือนกำลังขาดอากาศ
เขารุกเร้าอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะช่วงชิงอากาศที่เหลืออยู่ในปากของเธอไปจนหมด
