เวินอี้ตัวแข็งทื่อ ไม่มีอะไรน่าอึดอัดไปกว่าการถูกจับได้คาหนังคาเขาตอนกำลังขโมยของอีกแล้ว
หางตาของเธอเหลือบเห็นน่องไก่ในมือข้างหนึ่ง “ฉัน...เอาของกินมาให้คุณ”
แววตาของหานมู่เฉินเย็นชา เขาเปิดโปงเธอโดยไม่ลังเล
“เอาของกินมาให้ฉัน แล้วเธอหยิบโทรศัพท์ฉันไปทำไม?”
ใช่แล้ว มืออีกข้างของเวินอี้กำโทรศัพท์ของหานมู่เฉินอยู่
เวินอี้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ความรู้สึกผิดอยู่ได้ไม่ถึงวินาที เธอก็โกหกหน้าตายต่อ “เมื่อกี้คุณหลับอยู่ โทรศัพท์กำลังจะตก ฉันเลยหวังดีช่วยหยิบขึ้นมาให้”
หานมู่เฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แสดงจบหรือยัง?”
เวินอี้ “……”
เห็นสีหน้าเหม่อลอยของเธอแล้ว หานมู่เฉินก็หัวเราะเยาะ “เมื่อกี้เธอย่องไปย่องมาอยู่ข้างฉัน คิดว่าฉันตาบอดหรือไง?”
เวินอี้เบิกตา “คุณไม่ได้หลับเหรอ?”
หานมู่เฉินย้อนถาม “เธออยากให้ฉันหลับมากนักหรือไง?”
เวินอี้ “ถ้าคุณไม่ได้หลับ แล้วเมื่อกี้ทำไมถึงนอนนิ่งอยู่บนเก้าอี้ล่ะ?”
หานมู่เฉิน “ฉันก็แค่อยากดูว่าเธอแอบคิดจะทำอะไรกับฉัน”
เวินอี้รู้สึกผิดจนหลบตา “มะ...ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“ปล่อยฉันนะ ฉันจะลุก”
ตอนนี้เธอนอนคว่ำอยู่ในอ้อมแขนเขา ท่วงท่าชวนกระอักกระอ่วนเหลือเกิน
แน่นอนว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้า ทุกอย่างคงจบเห่
หานมู่เฉินกดนิ้วลงบนเอวด้านหลังของเธอ พลางจ้องคนที่นอนทับอยู่บนตัวเขาด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หรือว่าเธอจงใจแอบหยิบโทรศัพท์ฉันไป จะได้ลบรูปในเครื่อง?”
