เขาพูดอะไรนะ ทำ... ทำ...
แก้มของเวินอี้แดงก่ำ «คุณ... คุณฉวยโอกาสตอนฉันเผลอ...»
หานมู่เฉินยกมุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม «เมื่อกี้คุณบอกว่าอยากให้ผมทำอะไรกับคุณก็ได้ไม่ใช่เหรอ นั่นก็หมายถึงแบบนี้ไม่ใช่หรือไง»
เวินอี้กัดริมฝีปาก จนเรียวปากแดงระเรื่อชวนเย้ายวน
ในสายตาของชายหนุ่ม ภาพนั้นราวกับคำเชื้อเชิญอันเงียบงัน
เขาจ้องเธอเขม็ง แววตาลุ่มลึกยากหยั่งถึง
«ถ้าไม่เต็มใจ ผมก็จะจูบต่อแล้วนะ...»
แพขนตาของเวินอี้สั่นไหวอย่างแรง เธอรีบตอบ «ฉันเต็มใจ»
«ดี กลับไปแล้วค่อยจัดการคุณ»
หานมู่เฉินเลิกคิ้ว ใช้นิ้วหยอกเอวบางนุ่มนิ่มของเวินอี้เบา ๆ ก่อนจะปล่อยเธอ
เวินอี้รีบลุกพรวดจากตัวชายหนุ่ม พลางจัดเสื้อผ้าอย่างลนลานไปด้วย แอบเหลือบมองความเคลื่อนไหวด้านนอกไปด้วย
เธอกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า
ทุกอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ราวกับลูกแมวที่แอบกินของแล้วกลัวเจ้าของจับได้
หานมู่เฉินเห็นท่าทางลนลานของเธอ ก็หัวเราะหึออกมา แววตาชวนให้ตีความได้หลายอย่าง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจทางนี้ เวินอี้ก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย
เธอหันกลับไป เห็นว่าริมฝีปากของชายหนุ่มยังมีเลือดไหลอยู่
เวินอี้กัดริมฝีปาก ก่อนพูดเสียงเบา «ฉันไปก่อนนะ คุณห้ามตามมา»
รอยบนริมฝีปากของเขาเห็นชัดเกินไป ถ้าออกไปคลุกคลีกับคนอื่น ๆ ด้วยกัน ต้องถูกจับพิรุธได้แน่
หานมู่เฉินรู้ทันความคิดของเธอ เขายิ้มอย่างมีเลศนัย «ได้สิ กลับไปแล้วผมจะเอาคืนคุณมากกว่าหนึ่งครั้ง»
ร่างของเวินอี้สั่นวูบ
พอนึกถึงความดุดันของชายหนุ่มบนเตียง ขาทั้งสองข้างก็แทบอ่อนแรงขึ้นมาแล้ว
แต่ถึงเขาไม่พูด เขาจะยอมแค่ครั้งเดียวจริง ๆ เหรอ
ไหน ๆ ก็ทำกันไปแล้ว ครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก
