ภายในพื้นที่มืดสลัว โจวอู่ค่อย ๆ ฟื้นตื่นขึ้นมาท่ามกลางอาการปวดศีรษะราวกับจะระเบิด
และทันทีที่เขาตื่นขึ้นก็รู้สึกถึงความหนาวเหน็บเสียดกระดูก ขณะนั้นร่างของเขาเปียกโชกไปทั้งตัว และดูเหมือนเขากำลังนอนอยู่บนพื้นอันเย็นเยียบ
ตอนแรกเขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
เขานึกขึ้นได้แล้ว เมื่อครู่ตัวเองพลัดตกลงไปในธารน้ำใต้ดินที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก ร่างของเขาจึงถูกกระแทกอย่างควบคุมไม่ได้ในสายน้ำ แล้วก็หมดสติไป
“ที่นี่ที่ไหน?” โจวอู่ตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทุกอย่างตรงหน้ามืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่แสงสลัว
เขาไม่มีเวลาคิดให้มากความ จึงรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาพยายามเปิดเครื่อง!
แต่โทรศัพท์เปียกน้ำจนดับไปเองแล้ว
“ที่นี่ที่ไหน? มีใครอยู่ไหม? มีใครไหม?” โจวอู่ตะโกนเสียงดัง
แต่ว่าภายในความมืดมีเพียงเสียงสะท้อนก้องเป็นระลอก ไม่มีใครตอบเขาเลย
โจวอู่คลานไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็คว้าไปเจอที่ว่าง เกือบพลัดตกไป พร้อมกันก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบหดตัวถอยหลัง และคลำไปตามขอบของที่ว่างนั้นไปยังรอบ ๆ!
ทว่า เมื่อคลำอยู่พักใหญ่ เขาก็พบอย่างน่าตกใจว่า ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นที่ตัน ที่ที่เขาอยู่ควรจะเป็นแท่นยกพื้นขนาดราวสามเมตรเห็นจะได้
“ที่นี่ที่ไหน? ฉันจะตายแล้วหรือเปล่า?” เขาเอามือคลำศีรษะส่วนบน เพราะรู้สึกเจ็บตรงนั้นเป็นพิเศษ
และเมื่อมือสัมผัสเข้า ก็เป็นคราบเหนียว ๆ ชื้น ๆ
เลือด!
ศีรษะกระแทกแตก แผลยังไม่ห้ามเลือด แถมยังหยดติ๋ง ๆ ลงมาเรื่อย ๆ!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่รู้ในตอนนั้นก็คือ ขณะที่เลือดบนศีรษะหยดไหลลงมา เลือดของเขากำลังไหลมารวมกันอย่างรวดเร็วสู่ร่องเว้าตรงกลางของแท่นยกพื้นนี้
และในยามที่เขากำลังหวาดหวั่นไร้ที่พึ่ง ทันใดนั้น บนแท่นก็มีเสียงคล้ายกลไกกำลังเปิดดังขึ้น
“เอี๊ยด~อื๊งงงงง~” ขณะกลไกทำงาน แท่นก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้นโจวอู่ก็ร่วงหล่นลงไปราวกับติดกับดัก!
“ตูม~” เมื่อเขากระแทกพื้น กลไกของแท่นก็ประกบปิดลง!
แต่เพียงชั่วพริบตา โจวอู่ก็มองเห็นทุกสิ่งตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
นี่คือท้องพระโรงขนาดมหึมา บนยอดเพดานโค้งของท้องพระโรงฝังไข่มุกส่องสว่างขนาดใหญ่เก้าเม็ด ภายใต้แสงสว่างของไข่มุกส่องสว่าง ทั่วทั้งท้องพระโรงดูโอ่อ่าอลังการ
เวลานี้โจวอู่ลืมความเจ็บปวดจากการตกลงมาไปแล้ว เขาตะลึงงัน!
“ข้าทะลุมิติมาแล้วหรือ? บนโลกไม่มีทางมีท้องพระโรงแบบนี้แน่!”
บนผนังของท้องพระโรงแกะสลักด้วยภาพจิตรกรรมสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีทั้งมังกรห้าเล็บที่มีชีวิตชีวาราวกับมีลมหายใจ นกฟีนิกซ์ห้าสีที่ทำจากแก้วเคลือบหลากสี และยังมีสัตว์อสูรสัญลักษณ์ประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นอีกด้วย
ทว่า ทั้งหมดนี้หาใช่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจ สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดคือ ตรงตำแหน่งบัลลังก์ตัวหนึ่งในท้องพระโรง มีสิ่งของสามอย่างลอยแขวนอยู่ ลอยค้างอยู่กลางอากาศเช่นนั้น!
ฉากนี้ล้มล้างความรู้ความเข้าใจของเขาโดยสิ้นเชิง กฎแรงโน้มถ่วงกลายเป็นเรื่องตลกไปเสียแล้ว
และสิ่งของสามอย่างที่ลอยอยู่นั้นคือ เชือกเส้นหนึ่งที่ดำสนิทราวกับหมึก กระดาษสีทองอร่ามหนึ่งแผ่น และลูกแก้วที่แสงสีไหลเวียนอยู่หนึ่งเม็ด
โจวอู่เป็นแฟนนิยายออนไลน์ เวลาว่าง ๆ ก็ชอบนอนอ่านนิยายออนไลน์บนเตียง อ่านทีก็ครึ่งค่อนคืน ดังนั้นชั่วขณะนี้เขาจึงรู้สึกราวกับฝัน
“ของวิเศษ ทะลุมิติ!” นี่คือความคิดแรกในใจของเขา
ตัวเองทะลุมิติมาสู่โลกที่ไม่รู้จัก ได้เห็นของวิเศษลอยค้างในตำนาน
“นี่คือวาสนาจากโชคชะตาอย่างที่ว่าไว้หรือ? ฉันก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนแล้ว?” โจวอู่ลุกขึ้นพรวด รีบเดินเข้าไปหาของสามอย่างนั้นอย่างรอไม่ไหว
ไม่มีอุปสรรคอะไร หรือจะมีค่ายกลขวางกั้นก็ไม่มี ในไม่ช้าเขาก็คว้าลูกแก้วเม็ดนั้นไว้ได้
และทันทีที่ลูกแก้วตกถึงมือ ดูเหมือนจะเปื้อนเลือดจากฝ่ามือของเขา มันกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าระหว่างคิ้วของเขาไป
โจวอู่ตึงเครียด ตื่นเต้น และหวาดกลัว
“วิ้ง~”
กระแสความคิดหนึ่ง... ไม่สิ ยังมีเงาร่างลวงตาคนหนึ่งปรากฏขึ้นในสมองของเขา
“ขอแสดงความยินดี รุ่นหลังผู้โชคดี” ภาพนั้นเป็นชายวัยกลางคน ไม่ใช่ตาเฒ่าเคราขาว ชายวัยกลางคนดูสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงก็ค่อนข้างเลื่อนลอย
“เซียนผู้นี้นามว่าพ่านอู่ เริ่มฝึกฝนมรรคตอนเจ็ดขวบ สิบแปดปีสร้างรากฐานได้ ร้อยยี่สิบปีหลอมแก่นทองได้ แปดร้อยปีบำเพ็ญจนได้ปฐมวิญญาณมหาพลัง... เป็นภูตเซียนไร้เทียมทานแห่งยุคบรรพกาล”
“แต่น่าเสียดายที่ดวงชะตาไม่ดี ในขณะที่คิดค้นตำหรับเซียนมหาพลังพ่านอู่ด้วยตนเอง กลับถูกมังกรที่ชั่วช้าขัดจังหวะ จึงทำให้ลมปราณไหลย้อน เกิดสมาธิแปรปรวน มอดไหม้ในเปลวเพลิงจนตาย!”
“ก่อนสิ้นลม เซียนผู้นี้ไม่อยากให้วิชาสูญสิ้นไร้ผู้สืบทอด จึงรวบรวมไอปราณแห่งชีวิตหยดสุดท้ายกลั่นเป็นลูกแก้วนี้ หวังว่าผู้มาทีหลังจะสามารถสืบสานตำหรับเซียนนี้ให้รุ่งโรจน์ สืบทอดไปหมื่นชั่วอายุ”
“ภายในลูกแก้วนี้ ไม่เพียงมีเคล็ดวิชาฝึกฝนที่สมบูรณ์ของตำหรับเซียนมหาพลังพ่านอู่ ยังมีไอปราณแห่งชีวิตลมหายใจสุดท้ายของเซียนนี้อีกด้วย ด้วยไอปราณนี้ เพียงพอให้เจ้าสำเร็จเป็นเซียนแก่นทอง แต่หากเจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดา อย่าเร่งร้อนเป็นอันขาด ต้องค่อย ๆ หลอมดูดซับทุกวัน มิฉะนั้นหากดูดซับรวมร่างกับลูกแก้วนี้โดยตรง จะต้องระเบิดกายตาย จงจำ จงจำ!”
“อีกสองสิ่ง หนึ่งคือ เชือกมัดมังกร สองคือ วิชาควบคุมมังกร มังกรดุร้ายตนนั้นถูกเซียนผู้นี้ผนึกไว้ใต้บัลลังก์ วิญญาณก็ถูกผนึกด้วย เผ่ามังกรดุร้ายละโมบ กระหายเลือดและชอบเข่นฆ่า ก่อนที่เจ้าจะบรรลุปฐมวิญญาณ อย่าได้เปิดกลไกของบัลลังก์เป็นอันขาด มิฉะนั้นผลร้ายไม่รู้จบ จำให้ดี จำให้ดี...”
“ชั่วชีวิตของเซียนผู้นี้... ดวงชะตาไม่ดีเลย...” เมื่อสิ้นคำพูดของพ่านอู่ เงาของเขาก็จางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งสลายหายไป
และเมื่อสลายไปแล้ว ตำหรับเซียนมหาพลังพ่านอู่ทั้งชุดก็ถ่ายทอดสู่ก้นบึ้งวิญญาณของโจวอู่ และยังมีลูกแก้วที่กลั่นจากไอปราณแห่งชีวิตลมหายใจสุดท้ายของเขาก็จอดอยู่ในวิญญาณของเขาหมุนอย่างช้า ๆ!
“ตำหรับเซียนมหาพลังพ่านอู่!” โจวอู่ในเวลานี้สูดลมหายใจเฮือก
ร่ำรวยแล้ว เขากลับได้เป็นอย่างในนิยายจริง ๆ ได้รับการสืบทอดจากผู้ที่เรียกว่าภูตเซียน
“อืม เก็บของวิเศษสองอย่างนี้ก่อนดีกว่า”
เขาไม่รีบฝึกฝนตำหรับเซียน แต่รีบคว้า เชือกมัดมังกร นั่น!
และในขณะที่เขาคว้าเชือกมัดมังกร อาจเป็นเพราะเขาได้รับสืบทอดวิชาของเซียนพ่านอู่ เชือกมัดมังกรนั่นกลับย่อขนาดลง กลายเป็นแหวนสีดำวงหนึ่งพันอยู่ที่นิ้วนางโดยตรง!
“มหัศจรรย์นัก แต่ใช้ยังไงนะ” โจวอู่พยายามถอดแหวนออก ให้แหวนกลับเป็นเชือกอีกครั้ง แต่ทำยังไงก็ถอดไม่ออก
เขายังลองใช้ความคิดตามตำนานมาควบคุมแหวนนี้ แต่ก็ไม่ได้ผล
“น่าจะเป็นเพราะฉันยังไม่ได้ฝึกฝน แถมวิธีใช้ควรจะอยู่ในแผ่นกระดาษทองวิชาควบคุมมังกร”
โจวอู่ระงับความตื่นเต้นในใจ รีบคว้าไปยัง แผ่นกระดาษทอง นั่น
เช่นเดียวกัน ทันทีที่เขาจับแผ่นกระดาษทอง แผ่นกระดาษทองก็พุ่งเข้าไปในสมองของเขา รวมตัวเป็นข้อความหนึ่งชุด จากนั้นแผ่นกระดาษทองก็สลายไป
“เฮ้อ เสร็จแล้ว”
เวลานี้โจวอู่หัวเราะขึ้นมา แต่แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมา ตัวเองเกรงว่าจะทะลุมิติมาจริง ๆ ไม่น่าจะใช่โลกแล้ว มิฉะนั้นจะไม่มีเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้เป็นแน่
“ช่างเถิด พ่อจ๋า แม่จ๋า รอให้ข้าฝึกฝนเป็นภูตเซียนก่อน แล้วค่อยกลับไปโลกดูพวกท่าน”
โจวอู่ก็มองโลกแง่ดี ใครใช้ให้เมื่อก่อนเขาเป็นแค่... คนฆ่าหมูล่ะ เป็นคนเล็กคนน้อยในตลาดที่ต่ำต้อยที่สุด
ชีวิตของเขา ก็ไม่มีความทะเยอทะยานอะไรใหญ่โต ไม่มีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ เพราะไม่มีพ่อที่ดี พอจบชั้นมัธยมต้น เขาก็สืบทอดกิจการของตระกูล—ฆ่าหมู
สุภาษิตโบราณว่า: มังกรก็ให้กำเนิดมังกร หงส์ก็ให้กำเนิดหงส์ ลูกหนูเกิดมาก็รู้จักขุดรู
พ่อของโจวอู่เป็นคนฆ่าหมู ที่ตลาดซินหยวนหลี่มีแผงขายหมูอยู่หนึ่งแผง ปกติพ่อของเขา โจวเสียง จะไปซื้อหาหมูจากชนบท ส่วนเขากับแม่ก็ขายเนื้ออยู่ที่แผง
ทำงานออกแรงไม่น้อยในแต่ละวัน แต่ก็หาเงินก้อนโตไม่ได้
อาชีพฆ่าหมูนี้ จะว่าร่ำรวยน้อยก็มิใช่ แต่เรื่องปากท้องไม่เคยมีปัญหา แถมทุกวันยังมีเนื้อกิน
ปีนั้นที่อายุสิบหกเพิ่งจบชั้นมัธยมต้น ภายใต้การจับตามองของพ่อผู้ใจร้าย โจวอู่ก็จัดการเชือดหมูหนึ่งตัวสำเร็จด้วยตัวเอง
หลังจากนั้น หมูที่พ่อของเขาไปซื้อมาจากชนบท ล้วนจัดการโดยเขาที่โรงเชือด
อายุยี่สิบปีเขาไม่มีแฟน นิสัยก็ซื่อ ๆ แม้ว่าหนุ่มคนนี้จะดูดีใช้ได้ และเคยไปดูตัวมาหลายครั้ง แต่พอได้ยินว่าเขาเป็นคนฆ่าหมู สาวน้อยเขาก็กลัว
อีกทั้งนิสัยของเขาค่อนข้างเงียบขรึม สุดท้ายก็เงียบหายไปทุกราย
โจวเสียงพ่อของเขาและแม่หลิวหยง ทะเลาะกันไม่น้อยเพราะเรื่องนี้ แม่ด่าพ่อว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้า ก็เพราะฆ่าหมูเนี่ยแหละ ถึงทำให้ลูกหาลูกสะใภ้ไม่ได้
และครั้งนี้ที่เขามาภูเขาหิมะมังกรหยก ก็เพราะตลาดสดซินหยวนหลี่จะปรับปรุง แผงขายของในนั้นเลยปิดสามเดือน เขาเอาเงินจำนวนหนึ่งออกมาเที่ยวเอง ตอนดูธารน้ำแข็งบนภูเขาหิมะ เท้าเผลอลื่นไถล ก็ตกลงไปในธารน้ำใต้ดินที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง
“อืม รอให้ข้าฝึกฝนสำเร็จเมื่อไหร่ ค่อยกลับไปตอบแทนบุญคุณพวกท่าน!” โจวอู่สูดลมหายใจเข้าลึก ไม่คิดถึงเรื่องราวในอดีตอีก แล้วนั่งขัดสมาธิลง เริ่มฝึกฝนเคล็ดลมปราณเคลื่อนรอบทิศของตำหรับเซียนมหาพลังพ่านอู่