ใช้เวลาเพียงครู่เดียว จิตกระบี่ก็สงบเสงี่ยมลง
จิ้งจอกแปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงาม
เขายื่นมือหยิบกระบี่สั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
ด้ามกระบี่สลักลวดลายมังกรที่ดูมีชีวิตชีวา แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี ตัวกระบี่จะขึ้นสนิมเป็นจุด ๆ แต่คมกระบี่ยังคงแหลมคมไม่เสื่อมคลาย
“เฉาเฉา ไม่อย่างนั้นยกมันให้ฉันเก็บไว้ดีไหม ของชิ้นนี้มีพลังเข้มขลังมาก ฉันชอบ”
กระบี่สั้นคล้ายเพิ่งรู้ตัวว่ายังมีสิ่งมีชีวิตวิญญาณตนอื่นอยู่ที่นี่
ทันทีที่มันเห็นไป๋เย่ซี ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับมีของหนักนับพันจินกดทับลงมาบนร่าง
นั่นคืออำนาจกดข่มที่มีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นจะครอบครอง มันถูกบดขยี้จนแหลกสลายในพริบตา
ตัวกระบี่สั้นเริ่มสั่นเทา สนิมบนตัวค่อย ๆ หลุดลอก เผยให้เห็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของกระบี่สั้นสำริด
ลวดลายมังกรบนด้ามกระบี่ดูมีชีวิตชีวา ตัวกระบี่สะอาดเกลี้ยงเกลาเปล่งประกาย คมกระบี่แหลมคมราวกับตัดเหล็กได้ง่ายดาย
จิ่นเฉาเฉาตอบตกลงทันที “งั้นคุณก็เอาไปเถอะ!”
กระบี่สั้นสำริดสั่นงันงก ยอมให้ไป๋เย่ซีจับไว้ในมือ
คุณย่ามองท่าทางขี้ขลาดของจิตกระบี่แล้วหัวเราะ “มีดีแค่นี้ ยังกล้าทำกร่างอีก! …เฮ้อ น่าเบื่อจริง ฉันกลับไปนอนดีกว่า!”
จิตกระบี่หดตัวเป็นก้อนด้วยความหวาดกลัว
มันพบว่าในห้องนี้ไม่มีใครสักคนที่มันจะไปหาเรื่องได้
มันเสียใจแล้ว อยากกลับไปพิพิธภัณฑ์
*
วันต่อมา จิ่นเฉาเฉาออกจากบ้านพร้อมกับฟู่ถิงยวน
ทั้งสองเดินมาถึงรถ จิ่นเฉาเฉาพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงหันกลับมาจะพูด
แต่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ชนเข้ากับอ้อมอกของฟู่ถิงยวนเสียก่อน
