“ไปจุดธูปไหว้พระ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย!” จิ่นเฉาเฉาตอบ
ฟู่เซี่ยวอันรู้สึกจนพูดไม่ออก “พี่สะใภ้ ยังต้องขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยอีกเหรอคะ?”
ยันต์คุ้มภัยของเธอน่ะ เป็นตัวช่วยชั้นยอดที่ช่วยชีวิตคนได้เชียวนะ
เธอไม่เชื่อคำพูดของจิ่นเฉาเฉา
จิ่นเฉาเฉายิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า “ฉันไม่จำเป็นต้องขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยหรอก แต่ฉันก็อยากทำความดี สร้างบุญสัมพันธ์ไว้เหมือนกัน”
ฟู่เซี่ยวอันลองทวนคำว่า ‘สร้างบุญสัมพันธ์’ อยู่ในใจ หรือพี่สะใภ้จะไปพบใครที่วัดจิ้งถานกันนะ?
ทำความดีไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัดจิ้งถาน ส่วนการสร้างบุญสัมพันธ์ ก็หมายถึงไปพบใครสักคนไม่ใช่หรือ?
เธอหันไปมองฟู่ถิงยวนที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาทันที ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมจริงจัง
พี่ชายแสนดีของเธอนี่นะ ช่างร้อนใจไปก่อนคนอื่นเสียจริง
……
หน้าโต๊ะอาหาร ท่านปู่ฟู่หันไปมองจิ่นเฉาเฉา “หนูจิ่น มาอยู่บ้านฟู่ได้พักหนึ่งแล้ว แต่ละวันก็มีธุระยุ่งไม่น้อย ส่วนถิงยวนก็มีเวลาน้อย ปู่ว่าเมื่อไรพวกเราทั้งครอบครัวจะออกไปเที่ยวกันสักครั้งดี”
จิ่นเฉาเฉาเลิกคิ้ว “ไปเที่ยวเหรอคะ? ไปที่ไหนล่ะคะ?”
ท่านปู่ฟู่ครุ่นคิด “ให้พวกหนุ่มสาวเลือกกันเถอะ!”
ฟู่เซี่ยวอันยกมือทันที “หนูอยากไปมัลดีฟส์ค่ะ ไปเที่ยวต่างประเทศ!”
ฟู่ถิงยวนเพิ่งจัดการงานที่ค้างอยู่เสร็จ เขาวางแท็บเล็ตในมือลง เงยหน้ามองฟู่เซี่ยวอันอย่างไม่สบอารมณ์ “อยากไปก็ไปเองสิ!”
ฟู่เซี่ยวอันเชิดหน้า “ฉันจะไปกับพี่สะใภ้ ใครอยากไปกับพี่กัน!”
ฟู่ถิงยวนปรายตามองเธออย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “บังเอิญเลย ฉันก็ไม่อยากพาเธอไปเหมือนกัน!”
