จิ่นเฉาเฉากินอาหารเช้าเสร็จก็เดินทางมาที่ร้าน
เธอผลักประตูเบา ๆ ประตูก็เปิดออก
ห่างจากประตูไปสองสามเมตร เซิ่งอิ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้น
เธอมองสภาพชายหนุ่มที่หมดเรี่ยวแรงแล้วหัวเราะออกมาอย่างจนใจ
จิ่นเฉาเฉาเดินเข้าไปจุดธูปให้บรรพาจารย์
กลิ่นควันธูปจาง ๆ กระจายไปในอากาศ ในที่สุดชายหนุ่มที่หมดสติอยู่บนพื้นก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เมื่อเห็นเพดานหรูหราตระการตา เขาก็ผุดลุกขึ้นทันที พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างขวัญผวา
จิ่นเฉาเฉาจุดเทียนอย่างไม่ใส่ใจ นิ้วเรียวคีบแท่งจุดไฟ ค่อย ๆ จุดเทียนที่เรียงอยู่ตรงหน้าไปทีละเล่ม ทุกอากัปกิริยาสง่างามมีราศี สีหน้าสงบนิ่ง ราวกับไม่เห็นเขาซึ่งเป็นคนเป็น ๆ อยู่ในสายตาเลย
เซิ่งอิ่งลุกขึ้นยืน ก่อนหันหลังคิดจะย่องหนี
“ในเมื่อมาแล้ว ทำไมถึงจะหนีอีกล่ะ?” เสียงเนิบช้าของจิ่นเฉาเฉาดังขึ้นจากด้านหลัง
เซิ่งอิ่งรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผู้หญิงคนนี้มีตาอยู่ข้างหลังจริง ๆ หรือไง?
ตอนนี้จะอยู่หรือจะไปก็คงไม่ต่างกันแล้ว
เขาหันกลับมายิ้มทักทายอย่างประจบประแจง “อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหนูจิ่น!”
จิ่นเฉาจุดเทียนเสร็จก็วางแท่งจุดไฟลง ก่อนหันมายิ้มให้ “ไม่เช้าแล้ว ตอนนี้สิบโมงเช้าแล้ว”
เซิ่งอิ่งอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี “ผมเข้าประตูผิด ขอตัวก่อนนะครับ”
จิ่นเฉาเฉาดึงเก้าอี้ออกมา ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงแสบแก้วหู “เข้าประตูร้านฉันมาแล้ว ใครบอกว่าอยากไปก็ไปได้?”
