เมื่อฟู่ถิงยวนกลับมา ก็เห็นท่านปู่ฟู่กำลังมีความสุขราวกับเด็กคนหนึ่ง
ตรงโต๊ะอาหาร คนหนึ่งสูงวัยคนหนึ่งยังเด็กนั่งคุยเรื่องของเก่าด้วยกัน
“หมากหยกขาวชุดนี้เนื้อละเอียดเป็นเงางาม ทั้งยังอ่อนนุ่มละมุนละไมและมีความมันดีมาก... คราวก่อนเหล่าจางยังอวดฉันอยู่เลยว่า ตอนวันเกิดมีลูกหลานมอบหมากหยกขาวชั้นดีให้ พอเอามาเทียบกันแล้ว ของฉันดีกว่าของเขาไม่รู้กี่เท่า”
“ของเขาจะเทียบกับชุดนี้ได้ยังไง ของเราเป็นของที่จักรพรรดิทรงใช้ ทั้งยังเป็นสมบัติที่รวบรวมมาจากทั่วหล้า”
“ดี ๆ ๆ! เฉาเฉา เธอดีกับคุณปู่จริง ๆ คุณปู่มีหลานสะใภ้อย่างเธอ ถือเป็นโชคของคุณปู่เลย”
จิ่นเฉาเฉาปากหวานมาตั้งแต่เด็ก จึงตอบกลับทันทีว่า “ฉันโตมากับคุณย่าที่เลี้ยงดู พอคุณย่าเสีย ฉันก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ตอนนี้ได้มาอาศัยอยู่ที่ตระกูลฟู่ นับเป็นโชคของฉันเหมือนกันค่ะ”
ท่านปู่ฟู่ทั้งสงสารทั้งดีใจ “ต่อไปที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอ อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าไม่มีเงินใช้ก็ไปขอจากเจ้าหนุ่มคนนั้น”
ฟู่ถิงยวนฟังบทสนทนาระหว่างคนสูงวัยกับคนสาว พลางสัมผัสบรรยากาศครึกครื้นที่ไม่เคยมีในบ้านมาก่อน มุมปากบางจึงยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เขาเดินเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
จิ่นเฉาเฉาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขากลับมาแล้ว จึงยิ้มทักทันที “คุณกลับมาแล้ว!”
ฟู่ถิงยวนเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องไปที่จิ่นเฉาเฉา
วันนี้เธอแต่งตัวค่อนข้างสบาย ๆ สวมเสื้อเชิ้ตผ้าแพรสีขาวล้วนปักลาย ทรงหลวมสบายในสไตล์วินเทจ จับคู่กับกระโปรงยาวผ้าเซียงอวิ๋นซาที่เข้ารูป ทำให้ดูราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่อ่อนโยน
