จิ่นเฉาเฉาเห็นเขากำลังจะเอาน้ำมูกมาเช็ดเสื้อเธอ
เธอถีบเขาออกไป «ลุกขึ้นมาพูดดี ๆ»
เซิ่งอิ่งล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น แต่ไม่สนใจความเจ็บ รีบลุกขึ้นเดินตามจิ่นเฉาเฉาเข้าไปในร้าน
พอประตูเปิด เขาก็ทำตัวราวกับกลับบ้านตัวเอง เดินไปที่ชั้นวางของแล้วหยิบแจกันโบราณลายครามขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด
จิ่นเฉาเฉาเดินไปยังที่นั่งประธาน ดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง «อย่ามายุ่งกับของของฉัน»
เซิ่งอิ่งหันกลับมามองค้อน «ฉันเป็นคนของคุณแล้ว ของของคุณก็เป็นของฉันด้วย ฉันไม่สน ตอนนี้ฉันไม่มีที่อยู่ คุณต้องหาที่พักให้ฉัน»
«ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่มีบริการที่พักกับอาหาร» จิ่นเฉาเฉาคร้านจะสนใจเขา
เซิ่งอิ่งกอดแจกันลายครามพลางหัวเราะเยาะ «ได้สิ ถ้าไม่หาที่พักให้ฉัน งั้นแจกันใบนี้ก็เป็นของฉัน»
เอาไปขายทีหลัง นอกจากจะซื้อคฤหาสน์สวย ๆ สักหลังได้แล้ว ยังเหลือเงินเก็บอีกไม่น้อย พอจ้างแม่บ้านมาทำอาหารให้กินได้ด้วย
เซิ่งอิ่งแทบอยากร้องไห้ รู้อย่างนี้ตั้งแต่แรกว่าที่ของจิ่นเฉาเฉามีสภาพแวดล้อมดีขนาดนี้ เขาจะไปเป็นขโมยทำไม
เกาะขาเธอตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง
พอได้ยินเช่นนั้น มุมปากของจิ่นเฉาเฉาก็กระตุกอย่างแรง «ฉันว่านายคันไม้คันมือแล้วสินะ!»
เซิ่งอิ่งไม่ใส่ใจคำพูดของเธอ «ฉันเป็นหมาของคุณ คุณไม่เลี้ยงฉัน แล้วจะปล่อยให้ฉันอดตายหรือไง?»
จิ่นเฉาเฉายกมือกุมขมับ ตอนนี้เธอยังกลับคำทันไหมนะ?
จากที่สังเกตเซิ่งอิ่ง เธอพบว่าเขามีความรู้เรื่องของเก่าไม่น้อย ทั้งยังมีวิธีดูของเก่าที่เป็นเอกลักษณ์
«เซิ่งอิ่ง ฉันจะถ่ายทอดทักษะอย่างหนึ่งให้นาย!» จิ่นเฉาเฉาเสนอ