ข่าวคณะทูตของหวังเจี้ยนทยอยส่งถึงอวี้เถียนเป็นสองระลอกในช่วงสิบกว่าวันต่อมา
จากซุ่ยเย่มาถึงอวี้เถียนมีระยะทางหลายพันลี้ หากเป็นขบวนพ่อค้าตามปกติ ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าผู้ส่งสารเปลี่ยนม้าศึกระหว่างทาง ทั้งยังมีสถานีม้าของแคว้นต่าง ๆ คอยจัดหาเสบียงและน้ำให้ จึงย่นเวลาเหลือเพียงสิบกว่าวันได้
แน่นอนว่า ผู้ที่มาถึงก่อนหาใช่ผู้ส่งสารที่ตรงมาจากซุ่ยเย่ไม่
แต่เป็นทหารสำนักองครักษ์ฝ่ายขวาซึ่งโจวเซียงส่งล่วงหน้าจากซูเล่อ
คนผู้นี้นำมาเพียงข่าวการแปรพักตร์ของสามแคว้น ได้แก่ ฉิวฉือ กูโม่ และซูเล่อ พร้อมตราประทับของคณะทูตเกาชางและราชสาส์นจากทั้งสามแคว้น ส่วนเรื่องที่หวังเจี้ยนกับกัวฉงเทาพาทหารม้าเกือบสามพันนายบุกเข้าเมืองซุ่ยเย่นั้น หลี่เย่และคนอื่น ๆ เพิ่งทราบเมื่อผู้ส่งสารคนที่สองมาถึงในอีกหลายวันให้หลัง
รายงานทหารสองฉบับที่มาถึงห่างกันไม่นาน พลันเปลี่ยนสถานการณ์แนวรบด้านใต้โดยสิ้นเชิง
ยามนี้กองทัพถังกับกองทัพพันธมิตรตรึงกำลังกันอยู่ทิศเหนือของอวี้เถียนมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว
อาร์สลานยึดแหล่งน้ำตอนล่างของแม่น้ำอวี้เถียนไว้ และส่งทหารม้ารบกวนหน่วยลาดตระเวนกับกองลำเลียงเสบียงของกองทัพถังไม่หยุดหย่อน ส่วนหลี่เย่อาศัยเมืองหลวง ทุ่งนา และคลองส่งน้ำตอนบนตั้งค่าย ยืนกรานไม่เปิดฉากโจมตีก่อน
ภายนอกดูเหมือนทั้งสองฝ่ายต่างทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้
แต่ความจริงแล้ว กองทัพถังต้องแบกรับแรงกดดันมากกว่า
ทหารกว่าสองหมื่นนาย รวมกับม้าศึกและอูฐอีกหลายหมื่นตัว เสบียงที่ใช้ในแต่ละวันล้วนเป็นจำนวนมหาศาล แม้จางเฉิงเย่จะวางเส้นทางลำเลียงเสบียงไปถึงทางตะวันตกของด่านอวี้เหมินแล้ว แต่การขนเสบียงจากซาโจวมายังอวี้เถียนแต่ละครั้ง ผู้คนกับม้าต่างกินใช้ระหว่างทาง เมื่อส่งถึงกองทัพจริง ๆ ก็มักเหลือไม่ถึงครึ่ง
ตรงกันข้าม กำลังหลักส่วนใหญ่ในมืออาร์สลานเป็นทหารม้า สามารถต้อนปศุสัตว์ติดตามกองทัพได้ อีกทั้งยังมีเกาชาง ฉิวฉือ และแคว้นอื่น ๆ ลำเลียงเสบียงมาจากแนวรบด้านเหนือ
หากยื้อกันต่อไปอีกสองสามเดือน ผู้ที่ต้องล่าถอยก่อนอาจเป็นกองทัพถัง
