สตรีตระกูลชุยได้ยินเช่นนั้น แทนที่จะยินดีกลับตกใจ
“เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“ที่นี่อันตรายราวถ้ำมังกรบ่อพยัคฆ์ หากช่วยข้าได้ก็รีบกลับไปเสีย หากถูกพบเข้าจะทำอย่างไร?”
แต่เด็กสาวที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัลกลับปลอบว่า
“พี่หญิงอย่าได้กังวล บัดนี้ในเมืองวุ่นวายไปหมดแล้ว หัวหน้าหลายคนของกบฏหวงต่างลงมือแย่งชิงเสบียงกัน ส่วนหวงเฉาเองก็ห้ามปรามไม่อยู่ ยามนี้การป้องกันนอกตำหนักไท่จี๋หละหลวมยิ่งนัก ข้าให้คนติดสินบนด้วยทองเงินเล็กน้อย จึงเข้ามาได้”
“น้องจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ทหารกบฏเหล่านี้ก็รู้ว่าภัยใกล้ถึงตัว จึงคิดฉวยโอกาสปล้นชิงให้เสร็จแล้วรีบติดตามกองทัพหวงเฉาหนีไป พี่หญิงจงตามข้าไปยังประตูวังด้านตะวันตก ลอบออกไปอย่างเงียบเชียบก่อน เมื่อทัพหลวงบุกโจมตีฉางอัน พวกเราก็ฉวยโอกาสออกจากเมือง!”
สตรีตระกูลชุยได้ฟัง แม้จะรู้มาแต่ไหนแต่ไรว่าลูกพี่ลูกน้องผู้นี้กล้าหาญมาตั้งแต่เยาว์วัย มีนิสัยคล้ายบุรุษ ทว่าก็ยังเห็นว่านางกล้าบ้าบิ่นเกินไปอยู่ดี
ที่แท้เด็กสาวผู้นี้มีนามว่าชุยอิง ชื่อเล่นเยี่ยนเอ๋อร์ เป็นบุตรีของชุยอันเฉียน ผู้ดำรงตำแหน่งซ่างซูจั่วผู่เย่ (หัวหน้าสำนักเสนาบดีฝ่ายซ้าย)และผู้ร่วมบริหารราชกิจในราชสำนักปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นอัครมหาเสนาบดี
ยามหวงเฉากวาดล้างภาคกลาง ชุยอันเฉียนบัญชาการสถานการณ์อยู่ที่เหอหนานและเมืองหลวงตะวันออก ครั้นพ่ายศึกก็พำนักอยู่ในเขตจินซางมาโดยตลอด
ต่อมากวนจงถูกตีแตก ฉางอันเสียแก่ศัตรู ฮ่องเต้เสด็จหนีไปดินแดนสู่ จึงมีพระบัญชาเรียกชุยอันเฉียนเข้าไปยังซู่
ทว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ติดตามกองทัพไปด้วย ยามนั้นจึงยังคงอยู่ในฉางอัน
โดยเฉพาะชุยอี่ บุตรชายคนรอง กับชุยอิง บุตรี ต่างพำนักอยู่ในบ้านของชุยโจวซู่ พี่ชายของเขาที่ฉางอัน
เมื่อหวงเฉาบุกเข้าฉางอัน ตระกูลผู้ดีอย่างชุยโจวซู่ย่อมหนีภัยพิบัติไม่พ้น แต่ขณะนั้นชุยอี่ยังไม่ได้เข้ารับราชการ เดิมทีตั้งใจจะเข้าสอบคัดเลือกขุนนาง เขาจึงพาน้องสาวปกปิดชื่อแซ่
